านพยายามปิดบังข้ามาตลอด จะให้ข้าทิ้งลูกชายไม่สนว่าเขาจะเป็นจะตายอย่างไรนะหรือ!”ร่างกายของเธอเต็มไปด้วยความตึงเครียดและแรงกดดัน เมื่ออยู่ต่อหน้าซูเจ๋อ เธอดูเหมือนแม่วัวที่พยายามจะปกป้องลูก ถ้าเกิดมีใครคิดจะมาทำร้ายลูกของเธอ เธอพร้อมจะกระโจนเข้าใส่อย่างห้าวหาญโดยไม่คิดจะถอยหนีซูเจ๋อเอนตัวลงเล็กน้อยและพิงที่ขอบโต๊ะอย่างอ่อนเพลีย เส้นผมที่ปรกลงมาบนบ่าและสยายยาวอยู่บนชุดสีขาวที่สวมอยู่ ดูประดุจเส้นไหมที่ย้อมด้วยสีหมึกรูม่านตาสีดำสนิทซึ่งดูลึกสุดลูกหูลูกตาของเขา ได้สลักเงาที่อยู่ภายใต้แสงเทียนของเฉินเสียนและความวิตกกังวลอย่างท่วมท้นในแววตาของเธอไว้ซูเจ๋อกระซิบอย่างอ่อนโยนว่า “แม้ว่าพระราชโองการนี้จะเป็นพระราชโองการลับ แต่ก็ถูกส่งไปที่เมืองไม่กี่เมืองซึ่งท่านน่าจะผ่านไป จุดประสงค์ที่ทำเช่นนี้ก็เพราะตั้งใจจะให้ท่านได้อ่านเมื่อท่านผ่านไปที่เมืองเหล่านั้น”เฉินเสียนกล่าวว่า “ข้ารู้ว่าประกาศนี้มันเลวร้าย แต่ข้าทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นไม่ได้ ตอนที่ออกมาจากเมืองหลวง ข้าพาเจ้าน่องน้อยมาด้วยไม่ได้ ข้ามอบหมายหน้าที่ให้เอ้อร์เหนียงกับอวี้เยี่ยนไว้ ว่าถ้าหากรู้สึกว่าเรื่องเช่นนี้จะ975
เกิดขึ้น ให้รีบพาเจ้าน่องน้อยไปหาเหลียนชิงโจวทันที แต่ตอนนี้เจ้าน่องน้อยกลับถูกพาตัวไปในวังแล้ว จะให้ข้าเพิกเฉยอยู่ได้อย่างไร”เธอจ้องมองซูเจ๋อด้วยดวงตาวาวโรจน์และเอ่ยอีกว่า “คราวก่อนที่เจ้าน่องน้อยถูกส่งตัวไปที่วัง เขา