าไม่รู้ว่าเขาจะเอาตัวรอดอยู่ในวังเพียงลำพังได้อย่างไร ถ้าวิธีที่ท่านว่าคือการทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น ถ้าเช่นนั้นข้าก็ไม่ขอรบกวนท่าน ท่านไม่จำเป็นต้องไปกับข้าข้าจะกลับไปคนเดียว”ราวกับว่าซูเจ๋อกำลังคิดอะไรอยู่เพื่อรั้งเฉินเสียนที่ยังไม่ทันก้าวออกไปจากห้องให้หยุดอยู่ตรงหน้าประตูเขาเอ่ยอย่างรอบคอบว่า “ถ้าท่านยืนกรานที่จะกลับไป เช่นนั้นข้าก็ไม่มีทางเลือก”เขาพูดพลางก้าวไปยืนอยู่ที่ด้านหลังของเฉินเสียนเฉินเสียนคิดว่าเขาเปลี่ยนใจแม้ว่าเธอจะโกรธมากตอนที่เห็นพระราชโองการเมื่อครู่นี้ ทว่าตอนนี้คนที่ดื้อรั้นอย่างเธอดูเหมือนจะเข้าใจทุกอย่างเกี่ยวกับซูเจ๋อมากขึ้นแล้วตอนนี้จุดยืนของพวกเขาแตกต่างกัน ดังนั้นจึงไม่แปลกที่จะมีเหตุผลในการตัดสินใจแตกต่างกันเช่นนี้โชคดีที่พระราชโองการลับนี้เพิ่งมาถึงไม่เกินสองวัน ยังไม่สายเกินไป ทุกอย่างยังพอมีเวลาสำหรับเรื่องนี้ เฉินเสียนไม่ได้บังคับให้ซูเจ๋อร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่ไปกับเธอ แต่ถ้าเขาเต็มใจจะไปช่วยเจ้าน่องน้อยด้วยกัน เธอก็คงจะมีความสุขและซาบซึ้งใจมากเธออาจจะโกรธน้อยลงและลดความกังวลลงได้ นอกจากนี้เธอจะพยายามสงบสติอารมณ์และวางแผนระยะยาวกับซูเจ๋อ977
ด้วยเหตุนี้เฉินเสียนจึงหันไปถามเขาว่า “เป็นอันว่าท่านยอมประนีประนอมแล้วใช่….” ทว่ายังไม่ทันพูดจบ ซูเจ๋อก็ฟาดสันมือลงไปที่หลังคอของเฉินเสียนอย่างไม่ให้ทันตั้งตัว ทันใดนั้นเฉินเสียนก็รู้สึกชาที่คอ นัยน์ตาพร่ามัว