ูเจ๋อให้เจ้ามาหรือ”เฮ่อโยวบอกว่า “ข้าบังเอิญเดินผ่านหน้าห้องของเขา เห็นสีหน้าเขาไม่ค่อยดีในเมื่อเขาขอร้องข้า ข้าก็เลยยอมช่วยเขาสักหน่อย”เฉินเสียนทำหน้าอย่างไม่อยากจะเชื่อ “ซูเจ๋อเป็นฝ่ายขอร้องเจ้าเอง และเจ้าก็ช่วยเขางั้นรึ”ซูเจ๋อน่ะหรือจะขอให้เฮ่อโยวทำเรื่องจุกจิกเช่นนี้ให้ แถมเฮ่อโยวยังเดินผ่านหน้าห้องของเขาอีกเฮ่อโยวเหลือบมองเธอและตอบว่า “ใช่ มีปัญหาอะไรหรือ? ที่แขนของท่านบัณฑิตมีเลือดซึมออกมา เมื่อข้าไปเห็นเลือดที่แขนของเขาเช่นนั้น ข้าก็เลยพอจะอภัยให้ได้และยอมช่วยเขาเสียหน่อย ท่านจะลองไปดูก็ได้”ได้ยินดังนั้นเฉินเสียนก็เริ่มกังวลเกี่ยวกับอาการบาดเจ็บของซูเจ๋อ ดังนั้นเธอจึงเลี่ยงจากเฮ่อโยวและรีบตรงไปที่ห้องของเขา969
เฮ่อโยวหอบเสื้อผ้าของซูเจ๋อและรีบเลี้ยวไปตรงระเบียงทางเดิน ที่นั่นมีเตาสำหรับชงชาพอดี ขอเพียงแค่เขาโยนเสื้อผ้าของซูเจ๋อเข้าไปในเตาและเผาให้เกลี้ยง ภาระที่ซูเจ๋อมอบหมายให้ก็เป็นอันเสร็จหลังจากเฉินเสียนเดินห่างมาได้ระยะหนึ่ง เธอก็นึกถึงปฏิกิริยาของเฮ่อโยวขึ้นมา เธอรู้สึกว่าท่าทางของเขาดูสงบผิดธรรมชาติเกินไปและคิดว่าจะต้องมีบางอย่างผิดปกติแน่ๆเธอหยุดเดินและหันกลับไปมองเฮ่อโยวเฮ่อโยวเดินเร็วยิ่งกว่าใครๆ อย่างกับว่ามีใครกำลังไล่ตามเขาอย่างไรอย่างนั้นเมื่อเฮ่อโยวหาเตาจนพบและเห็นว่ากองไฟเล็กๆ ข้างในยังไม่ดับ เขาจึงรีบเป่าที่ช่องลมสองสามที พอไฟเริ่มคุขึ้นเขาก็ไม่รอช้า รีบโยนเส