ปราชาชนเกลียดผู้คุ้มกันเมืองจนเข้ากระดูก อีกอย่างการไว้ทุกข์ให้ผู้พิทักษ์เมืองอยู่ที่เรือนใช้เวลานานกว่าสิบวัน และได้ปิดถนนไม่สามารถนำศพไปฝังได้ต่อมา เจิ้งเหรินโฮ่วสั่งให้คนห่อศพด้วยเสื่อฟาง แล้วนำศพออกไปนอกเมืองและฝังไว้ด้วยลายเส้น จนถึงตอนนี้เรื่องนี้ถึงได้สิ้นสุดลงแต่ในขณะนั้นเฉินเสียนและคนอื่นๆ ได้ออกไปจากเจียงหนานแล้ว สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่น่าติดตามเดิมทีในเมืองที่รกร้างและเงียบสงบ หลังจากที่ผู้ลี้ภัยได้กลับเข้ามาตั้งรกรากอยู่ในโรงเตี๊ยม อยู่ๆ พวกเขาก็ได้รับความนิยมอย่างมากโรงเตี๊ยมทุกแห่งเต็มไปด้วยผู้ลี้ภัย และพวกเขาพอใจมากที่ได้มีที่พักพิงจากลมและฝน ดังนั้นพวกเขาทั้งหมดจึงปฏิบัติตามกฎด้วยความเต็มใจ และไม่ก่อความวุ่นวายใดๆนอกโรงเตี๊ยม ยังมีคนจากทางการคอยช่วยเหลือเรื่องโจ๊กและอาหารตรงเวลาทุกวัน ผู้ลี้ภัยสามารถเข้าแถวรับโจ๊กและอาหารได้เฉินเสียนยังได้เยี่ยมพื้นที่ผู้ลี้ภัยด้วยตนเองเมื่อผู้ลี้ภัยเห็นเฉินเสียนมาจากทางไกล พวกเขาทั้งหมดก็ตะโกนอย่างร่าเริง“องค์หญิงจิ้งเสียนมาแล้ว!”ผู้ลี้ภัยรู้สึกขอบคุณเฉินเสียน และแม้แต่คนในเมืองต่างก็ชื่นชมและรักเธอเช่นกัน901
ผู้คนในเมืองต่างจัดระเบียบตัวเองอย่างมีสติ เพื่อส่งเสื้อผ้าเก่าที่พวกเขาไม่สามารถที่จะสวมใส่ได้ไปยังพื้นที่ผู้ลี้ภัยได้เอง เพื่อให้ผู้ลี้ภัยเหล่านี้มีเสื้อผ้าใส่หลบหนาวได้ผู้คนทั้งหมดก็เหมือนครอบครัวเดียวกัน ความรู้สึกที่แท้จร