่าผู้คนในจวนนี้จะเจอเกี้ยวเข้าไปในเรือนหลักก็ไม่ใช่เรื่องแปลก นับอะไรประสาจะรู้ว่า คนที่อยู่บนเกี้ยวคือองค์หญิงจิ้งเสียนเมื่อเขามาถึงเรือนหลัก เฉินเสียนก็ลงจากเกี้ยวและเห็นว่าทหารยามในเรือนหลักเพิ่มมากขึ้น863
ผู้พิทักษ์เมืองแต่งกายด้วยเสื้อผ้าธรรมดา เดินออกจากประตูอย่างป่องๆ เพื่อต้อนรับเธอ เขาเห็นดวงตาของเฉินเสียนกระพริบราวกับว่าเฉินเสียนเป็นของของเขาแล้วผู้พิทักษ์เมืองเชิญเฉินเสียนเข้ามาและกล่าวว่า “องค์หญิงเข้ามาก่อนแล้วค่อยว่ากันเถอะพ่ะย่ะค่ะ”เฉินเสียนเดินเข้าไปอย่างไม่ระมัดระวังและกล่าวว่า “ใต้เท้าเรือนนี้มีทหารยามมากมาย”“เผื่อเกิดเรื่องอะไรขึ้นน่ะพ่ะย่ะค่ะ” ผู้พิทักษ์เมืองชงชาให้เฉินเสียนไปกล่าวไป “องค์หญิงดื่มชาสักแก้วคอจะได้ไม่แห้งพ่ะย่ะค่ะ”เฉินเสียนเหลือบมองที่ชา แต่ไม่ได้เอื้อมมือไปหยิบชาผู้พิทักษ์เมืองกล่าวอย่างยิ้มแค่เปลือกนอก “ทำไมองค์หญิงมากลางดึก แต่กลับไม่ยอมดื่มชาสักถ้วย ในเมื่อมาแล้วจะระวังอะไรอีกล่ะ”เฉินเสียนรับมัน แสร้งทำเป็นจิบ แต่ทั้งหมดนั้นตกลงบนชุดที่หน้าตักผู้พิทักษ์เมืองเห็นเธอดื่มด้วยตาของเขา ก็ดีใจมากห้องนี้มีขนาดใหญ่มาก ห้องนอนและห้องตำราถูกรวมเข้าด้วยกัน แต่ผู้พิทักษ์เมืองก็พาเฉินเสียนเข้าไปในห้องนอนผู้พิทักษ์เมืองกล่าวว่า “ในเมื่อท่านมาแล้ว ท่านก็คงคิดดีแล้วล่ะ ไม่ต้องพูดอ้อมค้อมแล้วล่ะ ตราบใดที่ท่านอยู่กับข้าคืนนี้ ทุกอย่างก็ง่ายที่จะพูดถึงผู้ลี้ภัยน