หน่วยคุ้มกันเมืองและทางนํ้าชำเลืองมองซูเจ๋อ แล้วกล่าวถามว่า“ท่านนี้เป็นทูตที่ได้รับพระราชบัญชาจากองค์จักรพรรดิให้เดินทางไปเย่เหลียงเพื่อเจรจาสันติภาพสินะ”ซูเจ๋อประสานมือคารวะกับเขาแล้วกล่าวขึ้นว่า“ขอคารวะใต้เท้าหน่วยคุ้มกันเมืองและทางนํ้า”หน่วยคุ้มกันเมืองและทางนํ้ากล่าวอย่างสงวนท่าทีว่า“ตอนนี้แม่ทัพฉินยังอยู่นอกประตูเมืองสินะ องค์หญิงพาคนเข้ามาผิดแล้วหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?”หากว่าเขาจำไม่ผิด องค์หญิงผู้นี้กับแม่ทัพฉินนั่นสิเป็นคู่กันเฉินเสียนสีหน้าไม่เปลี่ยนกล่าวขึ้นว่า “หากไม่มีแม่ทัพฉินอยู่ด้านนอกคอยปลอบขวัญผู้ลี้ภัยหรือว่าใต้เท้ายังหวังให้ผู้ลี้ภัยด้านนอกก่อจลาจล?แม่ทัพฉินคุ้นเคยกับสนามรบอย่างนั้น ดังนั้นมอบให้เขาปลอบประโลม เหมาะสมที่สุดแล้ว”“พ่ะย่ะค่ะ พ่ะย่ะค่ะ”หน่วยคุ้มกันเมืองและทางนํ้ากล่าว “เช่นนั้นกระหม่อมพาองค์หญิงไปพักก่อนนะพ่ะย่ะค่ะ”ซูเจ๋อกับเฉินเสียนเดินตามหลังหน่วยคุ้มกันเมืองและทางนํ้า เวลาต่อมามีที่ปรึกษาขุนนางของที่ทำการปกครองเมืองกับขุนนางในเมืองคนอื่นๆอีกจำนวนหนึ่งรีบมาร่วมต้อนรับเฉินเสียนอ่อนเพลียกับการรับมือการเล่นสนุกบางครั้งบางคราวเหล่านี้ เพียงกล่าวประโยคหนึ่งก็เหนื่อยแล้ว เลยสั่งให้หน่วยคุ้มกันเมืองและทางนํ้าพาเธอกับซูเจ๋อไปพักโดยฉับพลัน839
หน่วยคุ้มกันเมืองและทางนํ้าได้จัดเตรียมสถานที่พักรับรองหนึ่งหลัง ด้านในบรรยากาศสงบ มีเด็กสาวรับใช้ที่ยังไม่โตและสิ่งที่ควรม