เฉินเสียนใจสั่นสะท้าน หลุบเปลือกตาลง เทียบกับแสงอาทิตย์ที่สาดส่องใบแปะก้วยเหลืองทองอร่ามกับสารทฤดูเข้าสู่เหมันตฤดูนี้ลักษณะท่าทางของเธอยังอ่อนโยนสว่างไสวงดงามกว่าเลยเพียงแต่เธอแน่วแน่ไม่เงยหน้าขึ้นมา ให้ซูเจ๋อมองเห็นนิ้วมือของซูเจ๋อทำราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นพาดผ่านปัดเส้นผมที่อยู่ข้างไหล่ของเฉินเสียน นิ้วมือนุ่มละมุนยกขึ้นเอื้อมเข้าใกล้บริเวณหูของเธอ ราวกับต้องการนำผมที่หล่นอยู่ข้างหูทัดไว้รวมกันเฉินเสียนเอียงศีรษะ เก็บกลั้นอารมณ์ไว้ในใจแล้วกล่าวขึ้นว่า “ ทำแค่พอเหมาะพอควรก็หยุดเถอะ มีคนมาแล้ว”เข้ามาภายในจวนเป็นสาวใช้สองคนก่อนหน้านี้ พวกนางกะเวลาประมาณดูเวลานี้เฉินเสียนน่าจะอาบนํ้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว เพราะฉะนั้นเลยพากันมาดูวางแผนไว้ว่าจะหวีผมแต่งหน้าแต่งตัวให้กับเฉินเสียนการอาบนํ้าไม่ต้องการพวกนางปรนนิบัติ การแต่งตัวยังไงก็ต้องการแหละ。พอพวกนางเข้ามาภายในเรือน ได้มองเห็นเฉินเสียนกับซูเจ๋อยืนอยู่ภายในเรือนบนผมดำขลับของเฉินเสียนใช้ดอกปิ่นหยกม้วนขึ้น ประณีตงดงาม กลับกันชัดเจนเลยว่าสิ่งของเครื่องประดับปิ่นปักผมสีเงินสีทองเหล่านั้นที่หน่วยคุ้มกันเมืองและทางนํ้าส่งมาไร้รสนิยมอยู่บ้างเล็กน้อย846
ซูเจ๋อไม่ได้สัมผัสหูของเฉินเสียน และไม่ได้ทัดผมที่หล่นมารวมไว้ด้วยกันมองอย่างนี้แล้วอาจจะใกล้ชิดไปหน่อย ไม่เหมาะสมตามประเพณีเลยแต่ทว่าสาวใช้มองอย่างตกตะลึง มือของซูเจ๋อพันรอบชุดโปร่งสบายของเฉินเสียนอ