นเมืองของข้าก็มีอาณาปราชาราษฎร์ไม่น้อย หากปล่อยให้พวกเจ้าเข้าไปแล้วอาณาปราชาราษฎร์ด้านในเมืองจะทำเยี่ยงไรเล่า?”ผู้ลี้ภัยไม่พอใจด่าทอขึ้นว่า“พวกท่านเป็นขุนนางที่กินสินบน ขุนนางหมาเบียดบังผลประโยชน์ใส่ตัว ซ่อมเขื่อนราวกับกากเต้าหู้ ถึงได้ทำให้นํ้าท่วมพังทลายเขื่อน ทำให้ทุกคนไม่มีเรือนให้กลับ!”“ไม่เจียมตัว!ภัยธรรมชาตินํ้าท่วม มนุษย์สามารถต้านทานได้ที่ไหนกันเล่า?!พวกเจ้าไม่ควรอ้างเหตุผลผิดหลักตรรกะหลอกผู้คน!”หน่วยคุ้มกันเมืองและทางนํ้ากล่าวด่าด้วยความโมโหเกรี้ยวกราด แล้วรีบเปลี่ยนบทสนทนา กล่าวขึ้นว่า“ขอถามหน่อยองค์หญิงจิ้งเสียนอยู่ที่ใดกัน?”เฉินเสียนยืนอยู่เป็นผู้นำของผู้ลี้ภัย กล่าวขึ้นว่า“ใต้เท้าหน่วยคุ้มกันเมืองและทางนํ้ามีสิ่งใดที่จะแนะนำหรือ?”หน่วยคุ้มกันเมืองและทางนํ้ามองลงมาด้านล่างอย่างละเอียด พบว่าหญิงผู้ที่มีผิวขาวละมุน รูปร่างอรชรอ้อนแอ้นนั่น เลยกล่าวพูดด้วยนํ้าเสียงนุ่มนวลว่า“กระหม่อมสามารถเปิดประตูเมือง ต้อนรับองค์หญิงจิ้งเสียนเข้าเมืองได้ แต่ว่าบุคคลอื่นเข้าไม่ได้พ่ะย่ะค่ะ”เฉินเสียนขำขันกล่าวขึ้นว่า“บุคคลอื่นคือคนไหนกันเล่า?”826
เธอชี้ไปที่บุคคลที่อยู่ข้างกายตัวเอง แล้วกล่าวอีกว่า“ท่านนี้คือแม่ทัพใหญ่ของต้าฉู่ ท่านนี้คือทูตที่ราชสำนักแต่งตั้งมา ยังมีท่านนี้ที่เป็นรองท่านทูต และเหล่านี้คือทหารใหม่ ความหมายของใต้เท้าคือพวกเขาก็ล้วนเข้าไปไม่ได้ใช่หรือไม่?”หน่วยคุ้มกันเมืองแล