ก็จะเพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อขึ้นอีกเฉินเสียนอดกลั้นกับอาการคลื่นไส้:“ทำไมถึงมีหนูตายมากมายขนาดนี้?”ฤดูฝนมีหนูตายเธอสามารถเข้าใจได้ แต่คิดไม่ถึงว่าจะมีเยอะขนาดนี้หน่วยคุ้มกันเมืองและทางนํ้าก็ไม่สามารถเข้าใจได้เช่นกัน ทำได้แค่พูด:“เข้าฤดูฝนพอดีพ่ะย่ะค่ะ ยากที่จะหลีกเลี่ยงสัตว์ที่จมนํ้าตายแล้วถูกซัดเข้ามาในแม่นํ้า”หลังจากนั้นเฉินเสียนก็ส่งคนไปพายเรือเก็บซากหนูตายทั้งหมดขึ้นมาเฉินเสียนยืนอยู่ตรงริมแม่นํ้าตั้งแต่ต้นจนจบ เม้มปากแล้วมองอย่างเงียบๆจนกระทั่งบนผิวนํ้าไม่เหลือหนูตายสักตัวเฮ่อโยวโน้มน้าวเธอ:“ไม่ใช่ว่าท่านกลัวหนูหรือ อย่าดูเลยพ่ะย่ะค่ะ ที่นี่ให้พวกเขาจัดการก็พอแล้ว พวกเรากลับเมืองกันเถอะ”เฉินเสียนส่ายหน้า733
เห็นว่าเธอยืนหยัดเช่นนี้ เฮ่อโยวก็ไม่บังคับต่อเขากับเฉินเสียนรวมไปถึงหน่วยคุ้มกันเมืองและทางนํ้าแค่ยืนดูริมแม่นํ้าทหารติดตามเหล่านั้นที่ลงเรือไปต่างหากที่ทั้งลำบากทั้งกลํ้ากลืนฝืนทนหนูตายที่เก็บขึ้นมาถูกสาดนํ้ามัน แล้วเผาในภายหลังกลิ่นเหม็นเน่าที่ตามมาจากควันไฟยิ่งทำให้ผู้คนคลื่นไส้เข้าไปใหญ่ขณะที่กำลังกลับนั้น เฉินเสียนครุ่นคิด มองไปยังเฮ่อโยว:“ใครบอกเจ้าว่าข้ากลัวหนู?”เธอจำไม่ได้ว่าเธอเคยกลัวสิ่งนี้ด้วย ยิ่งจำไม่ได้เข้าไปใหญ่ว่าเธอเคยแสดงออกต่อหน้าเฮ่อโยวว่าเธอกลัวเฮ่อโยวตอบ:“ซูเจ๋อบอกน่ะสิ”ไม่รู้ว่าอย่างไร เฉินเสียนใจเต้นจนแทบจะหลุดออกมา เดาว่าจู่ๆครั้งนี้ก็เจอกับหน