ซูเจ๋อจูบที่ใบหูของเธอ พูดจานํ้าเสียงเย้ายวน : “ดมกลิ่นแล้วหอมเฉยๆ หรือหอมซาบซ่านน่าหลงใหล?”เฉินเสียนซุกหน้าเข้าไปในอ้อมกอดของเขา เธอสูดลมหายใจเข้าลึก แล้วพูดขึ้นว่า : “หากตั้งใจดมดีๆ ก็ไม่ได้หอมขนาดนั้น”เขาแอบหัวเราะเบาๆ แล้วจึงพูดขึ้นว่า : “งั้นก็คงจะหอมซาบซ่านน่าหลงใหลทำให้ท่านหิวกระหายอยากจะกินข้า?”ก็ในเมื่อเข้าสู่ช่วงสารทฤดูแล้ว แต่ทำไมเฉินเสียนถึงยังรู้สึกร้อนรุ่มไปทั้งตัวอย่างนี้เธอเงียบอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงพูดขึ้นว่า : “ก็คงจะหิวกระหายจริงๆ มีความรู้สึกอยากจะกลืนกินท่านทั้งตัวไปเลย”เพียงแต่ว่าตอนนี้ไม่สามารถทำอะไรอย่างเปิดเผยได้ แม้แต่จะหอมจะจูบยังต้องหลบๆ ซ่อนๆ ย่อมไม่อาจหลีกเลี่ยงความรู้สึกของความรักที่ต้องปกปิดไว้มันมีแต่จะทำให้ยิ่งเพิ่มพูนทวีคูณขึ้นการใกล้ชิดสนิทสนมของทั้งคู่ในทุกๆ ครั้ง มักจะพลอยทำให้เฉินเสียนรู้สึกอยากจะอยู่เคียงคู่กับเขา คอยดูแลเอาใจใส่ซึ่งกันและกันตลอดไปเมื่อออกจากซอกรอยร้าวกำแพงนั้นแล้ว เฉินเสียนลูบริมฝีปากที่ยังแสบและร้อนผ่าว เมื่อสัมผัสแล้วรู้สึกเหมือนจะบวมขึ้นเล็กน้อย685
จึงหันกลับไปมองซูเจ๋ออีกครั้ง เขาก้าวขาเดินออกมาอย่างเชื่องช้า ท่าทีสงบราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน คนละเรื่องกับเมื่อครู่นี้ตอนที่กดเธอชิดผนังแล้วจูบเธออย่างเร่าร้อนเฉินเสียนเม้มปากแล้วจึงพูดขึ้นว่า : “ข้าควรกัดริมฝีปากของท่านสักทีสองทีจะดูว่าท่านยังจะนิ่งขนาดนี้ได้อีกไหม”ซูเจ