“ซุปอร่อย แต่รสชาติกับข้าวไม่ค่อยเท่าไหร่” เฉินเสียนพูดขึ้นว่า : “เขาไม่มีพรสวรรค์ในด้านการทำอาหาร แต่ก็ยังดันทุรังทำ”ซูเจ๋อหัวเราะอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงพูดขึ้นว่า : “ขอแค่เขายินยอมที่จะฝึกฝนความเคยชินคือบ่อเกิดของความชำนาญ หากภายภาคหน้าเขาเข้าครัวจริงจังขึ้นมา มีคนคอยทำอาหารร้อนๆ มาให้ท่านทาน ก็ไม่ใช่เรื่องที่เลวร้ายเสียหน่อย”เฉินเสียนจึงพูดขึ้นว่า : “เกรงว่าข้าต้องทนทานอาหารรสจัดไปพักใหญ่ๆ น่ะสิข้ารู้สึกไม่ชินกับการที่ฉินหรูเหลียงทำอาหารให้ข้าทาน มือคู่นั้นเหมาะกับดาบมากกว่า ไม่เหมาะกับการจับตะหลิวเลย”“เพราะเขาไม่ยอมเอง ไม่มีใครมาตัดสินใจแทนเขาได้หรอก”“ซูเจ๋อ ท่านไม่สามารถบังคับเขาให้มารักษาแขนได้หรือ?”ซูเจ๋อนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม เงยหน้าขึ้นมาสบตากับเธอด้วยสายตาที่ลุ่มลึก พร้อมกับพูดขึ้นว่า : “หากว่าข้าสามารถรักษามือคู่นั้นของเขาให้หายดี ให้เขาสามารถกลับไปเป็นแม่ทัพใหญ่ดังเดิมได้ มันก็เท่ากับการต้องผลักเขาให้ไปอยู่อีกฝั่ง ที่วันข้างหน้าก็จะกลายมาเป็นศัตรูของท่าน ท่านต้องการแบบนั้นหรือ?”เฉินเสียนใช้ความคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงพูดขึ้นว่า : “ที่แท้แล้วท่านรอให้เขาคิดพิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วนก่อน มันคือเรื่องนี้หรอกหรือ มิน่าล่ะเขาถึงบอกว่าท่านเป็นคนซับซ้อนซ่อนเงื่อน”678
“ข้าจะไม่ซ่อมแซมรอยแตกร้าวบนคมดาบนั่น แล้วยังยื่นดาบที่คมกริบนั่นให้กับมือผู้อื่น” ซูเจ๋อพูดขึ้น : “หากวันข้างหน้าเข