าและท่านต้องกลายมาเป็นศัตรูต่อกัน สู้ให้เขาเป็นแบบเดิมอย่างที่เคยเป็นไม่ดีกว่าหรือ”เรื่องราวที่ผ่านมาเป็นเหมือนดั่งสายลม เมื่อใดที่พัดผ่านมาทุกอย่างก็จะสลายหายไปในช่วงนี้ ฉินหรูเหลียงทำให้เธอรู้สึกว่าเวลาเขาอยู่ใกล้ๆ เขาเองก็มีด้านที่อบอุ่นอยู่เหมือนกันสำหรับเฉินเสียนแล้ว เธอไม่ได้รักหรือเกลียดฉินหรูเหลียง และก็ไม่อยากให้การพบเจอกันคราวหน้า จะต้องกลายมาเป็นศัตรูต่อกันเธอไม่อาจจะตัดสินว่าสิ่งที่ซูเจ๋อทำนั้นผิด เพราะไม่ว่ายังไงฉินหรูเหลียงก็เคยเป็นแม่ทัพใหญ่ที่องค์จักรพรรดิพึ่งพา และในวันนี้สถานการณ์ไม่เหมือนกันแล้วแน่นอนว่าจะต้องวางแผนคิดเผื่อระยะยาวเฉินเสียนพยักหน้า พร้อมกับพูดขึ้นว่า : “ให้เขาได้คิดพิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วนก็ดี ไม่ได้บอกให้เขามายืนอยู่ฝั่งเดียวกันกับข้า อย่างน้อยๆ วันข้างหน้าอย่ามาเป็นศัตรูกับข้าก็พอ การต่อสู้กับเย่เหลียงในครั้งนี้ก็ฉวยโอกาสจากตอนที่เขาไม่ทันได้วางแผนเตรียมตัวดี คราวหน้าคงจะระวังมากกว่านี้อย่างแน่นอน บางทีการวางแผนในครั้งนี้อาจจะไม่ได้ง่ายขนาดนั้น”เขาพูดขึ้นว่า : “ข้าไม่ร้องขอให้เขามายืนอยู่ฝ่ายเดียวกันกับเรา แต่ขอเพียงแค่เขายืนอยู่ฝั่งเดียวกับอาเสียนก็พอ” เขาหยุดไปครู่หนึ่ง แววตาลุ่มลึก แล้วจึงพูดต่อว่า : “ครั้งหนึ่งเคยเห็นเขาเป็นถึงท่านแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่ แต่มาวันนี้เขายอมเข้าครัวฝึกทำอาหารเพื่อท่าน แสดงว่าเหลืออีกไม่ไกลแล้ว ที่เขาจะสามารถบรรลุแจ