าๆ ว่า : “ข้าไม่รู้ ตอนนี้ยังไม่เห็นอะไรที่ผิดสังเกต”เฉินเสียนกระซิบตอบไปว่า : “ท่านไม่รู้แล้วดึงข้ามาหลบตรงนี้ทำไมกัน?”เสียงฝีเท้าของรองเท้าเหล็กที่ดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ทั้งเสียงที่เป็นระเบียบและเสียงที่วุ่นวาย แสงและเงาค่อยๆ สาดส่องแสงที่สั่นไหวริบหรี่ลงบนผนังซูเจ๋อโอบรัดเอวของเฉินเสียน กอดเธอแนบแน่น พูดขึ้นพึมพำว่า : “ข้าเพียงแค่อยากจะจูบท่านก็เท่านั้น”ในขณะที่ทหารหน่วยลาดตระเวนกำลังเดินผ่านรอยร้าวที่กำแพงนี้ทีละคนนั้นซูเจ๋อก็กดเฉินเสียนชิดผนัง เขาประคองท้ายทอยของเธอไว้ แล้วโน้มตัวลงมาจูบเธอเฉินเสียนที่กลัวว่าทหารหน่วยลาดตระเวนจะสังเกตเห็นเข้า หากเป็นแบบนี้ถึงแม้ว่าทั้งเธอและซูเจ๋อจะกระโดดลงในแม่นํ้าแห่งความตาย ก็ไม่สามารถชำระล้างมลทินให้สะอาดได้เธอรู้ดีว่า หากทหารนายหนึ่งหันคบเพลิงมาทางนี้ ก็จะต้องสังเกตเห็นอย่างแน่นอน“แบบนี้เดี๋ยวก็ถูกเห็นเข้า……”ซูเจ๋อได้กลืนกินเสียงพึมพำของเธอเข้าไปจนหมดสิ้น683
สติสัมปชัญญะบอกกับเฉินเสียนว่าไม่ควรทำแบบนี้ แต่เธอก็ยังยอมให้ถูกครอบงำ ยื่นแขนออกไปคล้องคอของเขาอย่างไม่รู้ตัว ให้ซูเจ๋อได้ลิ้มรสการตอบสนองกลับของเธอทหารหน่วยลาดตระเวนได้เดินจากไปไกลแล้ว ทั้งคู่ยังคงดูดดื่มกับจูบที่ลึกซึ้งเคล้าคลอนัวเนียไม่อาจทำใจแยกจากกันได้ยิ่งลึกลํ้าเข้าไปเฉินเสียนก็ยิ่งค้นพบว่า แท้จริงแล้วชายชาตรีก็สามารถใช้คำว่างดงามมาเปรียบเปรยได้เธอได้ลิ้มรสสัมผัสความงดงามของซู