านประตู ข้าก็คิดถึงท่านเช่นนี้แล้ว”เพิ่งจะพูดออกไป ซูเจ๋อยื่นมือออกมาจากช่องประตูทันที มือข้างหนึ่งจับเธอไว้แล้วดึงเธอเข้าไปในห้องโดยที่ยังไม่ทันได้ตั้งตัวเสียงประตูห้องปิดลง หลังของเธอฝังอยู่ที่บานประตูเงยหน้าขึ้น เห็นซูเจ๋อสาดสะท้อนอยู่ฝั่งตรงข้าม เรือนร่างของเขาเข้าใกล้อย่างลึกซึ้ง แววตาสาดสะท้อนด้วยเปลวเพลิงเร่าร้อนก่อนหน้ารู้สึกหวานละมุน แต่ตอนนี้ซูเจ๋อเข้ามาใกล้เฉินเสียน ลมหายใจทั้งหมดเป็นของเขา เธอรู้สึกว่าหายใจติดขัดเธอไม่รู้ว่านานเท่าไหร่เธอถึงจะเคยชิน ความหวาดผวาใจหวิวเช่นนี้ และยังมีใจที่เต้นระรัวด้วยระหว่างคิ้วของซูเจ๋อที่มีความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้ากระจายออกไป สติของเขาราวกับหมาป่าที่เพิ่งจะตื่นจากภวังค์ซูเจ๋อกล่าวเสียงทุ้มตํ่าว่า“ไม่ใช่ว่าอยากปลอบใจข้าหรือ อย่างนี้ก็ได้แล้ว?”เฉินเสียนกล่าวอย่างระแวดระวังว่า“แล้วต้องการอย่างไรเล่า?”594
“พูดอีกรอบสิ คำพูดเมื่อครู่นี้”“ข้าจะปลอบใจท่าน ท่านอย่าโกรธเลย”“ไม่ใช่ประโยคนี้”เฉินเสียนอ้าปากค้าง รู้สึกเขินอายหูแดงกล่าวเสียงพึมพำว่า“ประโยคที่ข้าบอกคิดถึงท่านหรือ?”แววตาของเขาจ้องมองลึกราวกับจะกลืนเข้าไปเฉินเสียนติดกับประตู หายใจเข้าลึกๆ หลังจากนั้นกล่าวเสียงตํ่าว่า“ซูเจ๋อ ข้าคิดถึงท่าน เห็นชัดเจนว่าอยู่ในเรือนเดียวกัน ไม่เจอท่านข้าคิดถึงท่านเป็นอย่างมาก”“แล้วเหตุใดไปนานเช่นนั้นเล่า”ซูเจ๋อกล่าวถามเสียงแผ่วเบา“ท่านเป็นกังวลเขาเช่นนั้น