เสียงอบอุ่นของซูเจ๋อลอยมาเข้าหูเธอ “ไม่รู้ควรเขียนอย่างไรหรือ? ข้าสอนท่านเอง”เมื่อยามซูเจ๋อหายใจเฉินเสียนรู้สึกถึงความอุ่นในใบหูก่อนเขาจะเขียนแต่ละประโยค เขาจะอ่านบอกให้เธอทราบก่อนเสมอลายมือเฉินเสียนที่ไม่ค่อยสวยเท่าใดนัก เมื่อมีซูเจ๋อค่อยจับเขียนก็กลับกลายเป็นอักษรงดงามเสียอย่างนั้นเปลวแสงเทียนบนโต๊ะพลิ้วไหว ส่งแสงประกายสะท้อนเงาของทั้งสองไว้ที่กำแพงห้องหลังเขียนจดหมายถึงเป่ยเซี่ยเสร็จ ซูเจ๋อคิดรอบคอบมาก ให้เฉินเสียนส่งจดหมายไปยังแม่ทัพโอ้วในเขตชายแดนอีกหนึ่งฉบับ เพื่อพวกเขาจะได้วางใจพอเขียนตัวสุดท้ายเเรียบร้อย เฉินเสียนพลางถอนหายใจหนึ่งเฮือก“พอนํ้าหมึกแห้งก็เก็บเข้าซองได้แล้ว” ซูเจ๋อกล่าว “ทำไม ข้าทำให้ท่านตื่นเต้นหรือ?”“ท่านเข้าใกล้เกิน ข้าอึดอัด”เสียงของเขาดุจขนสัตว์ล่องลอยอยู่ในหัวใจ “อาเสียน ท่านอยากหลบหนีอีกแล้วหรือ?”“ใครว่าล่ะ ข้าแค่ไม่คุ้นเคยเฉยๆ” ทันใดนั้นเฉินเสียนก็หันหน้ากลับไปสบตากับซูเจ๋อในระยะกราชั้นชิด556
เธอเห็นรอยยิ้มซ่อนเร้นในแววตาของซูเจ๋อ พลางโอดครวญ “ท่านชอบแกล้งข้าตลอด?”ตาหรี่ของซูเจ๋อโค้งขึ้นเล็กน้อย สะกดใจให้หลงใหลเหลือเกิน “ข้าเพียงแต่ชอบดูท่านตื่นตระหนกเพราะข้า”ชิดใกล้กันเพียงนี้ ทำให้เฉินเสียนอดระลึกถึงภาพเมื่อซูเจ๋อฟื้นขึ้นมาแล้วดึงเธอไปจุมพิตอย่างดื่มดํ่าที่มุมผนังเธอพบว่าซูเจ๋อคนนี้สามารถกลืนกินเธอให้ตายสนิทได้เลยทั้งๆที่รู้ว่าถูกเขายั่วยวนไม่ได้ หัวใ