ฉินหรูเหลียงเอ่ยอย่างมั่นใจ “ข้าซาบซึ้งที่ท่านช่วยเธอในยามภยันตรายมาเยือน ทว่าตั้งแต่ต้นท่านก็ไม่อยากทำให้เธอเดือดร้อนอยู่แล้ว งั้นตอนนี้ก็ยิ่งไม่ควรพัวพันกับเธอ”ซูเจ๋อตั้งใจคร่◌ุนคิดดูแล้วพลันตอบเป็นการเป็นงานว่า “ข้าจะรับไว้พิจารณา”เฉินเสียนที่อยู่ด้านนอก เพียงแค่ได้ยินนํ้าเสียงของเขาก็จินตนาการได้ว่าซูเจ๋อมีสีหน้าเช่นไร จึงอดขบขันไม่ได้ฉินหรูเหลียงจัดเป็นบุคคลประเภทชำนาญด้านลงมือกระทำ ทางด้านฝีปากไหนเลยจะสู้เขาได้คำพูดของซูเจ๋อเหมือนไม่ได้รับปาก แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ ท่าทีไม่อ่อนไม่แข็ง ทำให้ฉินหรูเหลียงหงุดหงิด แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ฉินหรูเหลียงกล่าวว่า “ทางที่ดีท่านตรึกตรองให้ดีเถอะ ข้าไม่อยากให้ท่านทำให้เธอเดือดร้อน”“ท่านแม่ทัพเป็นห่วงองค์หญิงปานนี้ ช่างชื่นใจยิ่งนัก”ฉินหรูเหลียงกำลังใคร่ครวญว่า หากเขากลับตัวกลับใจ เฉินเสียนยังรอเขาอยู่ที่เดิมคงจะดีไม่น้อยวาจาที่ซูเจ๋อเปล่งออกมาทำให้เขารู้สึกแดกดันเหลือเกิน544
ยามที่ฉินหรูเหลียงก้าวออกจากประตูธรณี ยืนนิ่งข้างกายเฉินเสียนแล้วกล่าวว่า “ราชนิเวศน์ไม่ขาดแคลนข้ารับใช้ ต่อจากนี้ให้ข้ารับใช้ทำงานพวกนี้เถอะ ท่านไม่ต้องลงมือทำเองหรอก”เฉินเสียนเอ่ยอย่างใจเย็นว่า “ข้ายินดีเกี่ยวอะไรกับท่าน”ฉินหรูเหลียงรู้สึกข่◌ุนเคือง ประเดี๋ยวมีหมอหลวงมาเปลี่ยนยาให้เขา เขาจะบอกหมอหลวงว่าซูเจ๋อฟื้นแล้วเพียงแค่ช่วงเช้าคนทั้งราชนิเวศน์ล้วนรู้เรื่องซูเจ๋อฟื้นจนหมดฉ