วมือเรียวยาวของเฉินเสียนสัมผัสขอบตาซูเจ๋อ ดวงตาคู่อันแคบเรียวของเขาดูดีอย่างไร้ที่ติเธอปิดตา ปลายนิ้วหล่นไปแตะบนสันจมูกของเขา สลักภาพเขาไว้ในใจพลางยิ้มเสียงเบา “แต่ตอนนี้ข้าโชคดีที่มีอาจารย์เช่นนี้ เหลียนชิงโจวก็เป็นลูกศิษย์ท่านกระมัง ข้าจำที่เขาเคยบอกว่า เขาเคยเป็นเพื่อนร่วมชั้นกับข้า”“อืม”“ฉะนั้นเหลียงชิงโจวคือบุคคลที่ท่านส่งมาข้างกายข้าแต่แรกใช่หรือไม่?”“ข้าให้เขาคอยช่วยเหลือท่านสุดความสามารถ หากแต่ท่านอยู่ในจวนแม่ทัพหลายๆเรื่องยังต้องพึ่งตัวเองบากบั่น”“ซูเจ๋อ” เธออยากบอกว่า การที่มีเขาอยู่เคียงบ่าเคียงไหล่ ช่างเป็นเรื่องดีงามเหลือเกินซูเจ๋อตอบเธอเสียงเบา หัวใจชักกระตุกไปโอบเอวเธอ เริ่มโหยหาความหวานชื่นของเธอ ว่าแล้วจึงก้มหน้าจะเข้าใกล้ริมฝีปากของเธอเหลือแค่นิ้วเดียวจะถึงที่หมาย ทันใดนั้นเฉินเสียนก็ยื่นนิ้วมือไปขวางริมฝีปากเขาไว้พร้อมกับลืมตาขึ้นมา539
เธอพูดติดตลกว่า “ยังมาอีก?”“ไม่ได้หรือ?”“ท่านคิดว่าไงล่ะ?ประเดี๋ยวแผลฉีกขาดอีกจะทำเยี่ยงไร?จัดการยากและท่านก็จะหายช้าขึ้น”ซูเจ๋อประหนึ่งถูกเธอต้องมนตร์สะกด ครั้งแรกที่ได้สัมผัสความกระตือรือร้นและการฝ่ายรุกของเธอ ซึ่งสองสิ่งนี้คล้ายกับเปลวไฟที่สามารถแผดเผาเขากลายเป็นเถ้าธุลีความสุขตราตรึงเข้ากระดูกของเขาอย่างเปี่ยมล้น“งั้นพอข้าหายยังได้อีกไหม?” ซูเจ๋อตั้งใจถามเธอจุมพิตริมฝีปากเขาอย่างอ่อนน่◌ุมเบาๆ ลมหายใจเขาและเธอรวมเป็นหนึ่งเดียวจน