ขณะก้าวเดินไปตามระเบียงทางเดิน จางอวิ๋นปล่อยความคิดให้ล่องลอยไปกับกระแสลมจากเบาะแสที่ได้จากเจ้าสำ นักหลิงเซียน ดูเหมือนว่าทั้งเฟิงหยวนและหลินฉินที่ถูกยอดฝีมือลึกลับช่วยออกไปก่อนหน้านี้ น่าจะเป็นสมาชิกของ ‘สำ นักหนานเฟิงม่อ’ด้วยกันทั้งคู่ตอนนี้ยืนยันได้ชัดเจนแล้วว่า สาเหตุที่เฟิงหยวนพยายามตามตื๊อเขาไม่เลิกรา ก็เพื่อจะดึงเขาให้เข้าสู่หนทางแห่งมารหากชักชวนด้วยไมตรีไม่ได้… ก็คงใช้กำลังบังคับ“ศัตรูรอบด้าน ปัญหาเยอะจริงๆ ให้ตายสิ!”จางอวิ๋นส่ายหน้าเบาๆ พลางถอนหายใจทันใดนั้น สัมผัสวิญญาณของเขาก็รับรู้ถึงความเคลื่อนไหวบางอย่าง คิ้วเข้มเลิกขึ้นเล็กน้อยก่อนจะหยิบหินส่งเสียงรุ่นพิเศษออกมาตรวจสอบเมื่อได้รับรู้เนื้อความที่ส่งมา นัยน์ตาของเขาก็ทอประกายวาบ รีบเร่งฝีเท้าพุ่งทะยานกลับไปยังเรือนพักของตนทันที“ท่านอาจารย์!”ทันทีที่เท้าแตะพื้นลานบ้าน เสียงเรียกที่คุ้นเคยและเต็มไปด้วยความเคารพก็ดังขึ้นจางอวิ๋นเผยรอยยิ้มอบอุ่น มองดูชายหนุ่มร่างสูงที่กำลังเดินตรงเข้ามาหา“หมิงเอ๋อร์!”สวีหมิงและศิษย์น้องอีกสองคนตกอยู่ในสภาวะโคม่ามาหลายวันเนื่องจากเกือบถูกวิญญาณร้ายยึดร่างในที่สุด… ศิษย์คนโตของเขาก็ฟื้นแล้ว!“อา… จาน!”แต่ยังไม่ทันที่จะได้ซาบซึ้งกันต่อ เสียงเล็กแหลมเปี่ยมพลังก็ดังแทรกขึ้นมาภาพที่เห็นคือ เจ้าหนูอู๋ไห่ไห่กำลังใช้มือข้างเดียวหิ้ว‘อวิ๋นหมายเลขหนึ่ง’ แกว่งไปมาอย่างสนุกสนาน ก่อนจะกระโดดดึ๋งๆ วิ่งจากล