ับฝ่ายใดทั้งนั้น บางทีอาจจะ ทำให้เป่ยเซี่ยเมืองที่กำลังมั่งคั่งแข็งแกร่งในช่วงปีที่ผ่านมาคอยจับผิดอยู่424
องค์จักรพรรดิเย่เหลียงหัวเราะอย่างเยือกเย็น แล้วกล่าวขึ้นว่า “อย่าว่าแต่เรื่องไกลอย่างนั้นเลย หากรบขึ้นมาจริง องค์หญิงจิ้งเสียนกับท่านทูตสามารถมีชีวิตออกไปจากที่นี่หรือไม่?”ซูเจ๋อกล่าวว่า“นั่นก็ต้องดูว่าฝ่าบาทจะเสี่ยงภัยนี้หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”สายตาขององค์จักรพรรดิเย่เหลียงมองที่เฉินเสียน แล้วกล่าวขึ้นว่า“ท่านทูตกล่าวนี่คือเรื่องราวชีวิตขององค์หญิงจิ้งเสียนใช่หรือไม่? ปีนั้นภายในต้าฉู่เกิดความวุ่นวาย องค์จักรพรรดิและองค์จักรพรรดินีถูกคุกคามให้สิ้นพราชนม์ในพระราชวัง หากเป่ยเซี่ยสนใจองค์จักรพรรดินีจริง แต่ทว่าเหตุใดไม่รีบยื่นมือช่วยเหลือให้ทันเวลาเล่า? ”พระองค์แสดงรอยยิ้มแฝงไปด้วยความหมายลึกซึ้ง กล่าวขึ้นว่า“และวันนี้ผ่านไปหลายปีแล้ว ต้าฉู่ได้เปลี่ยนอำนาจราชวงศ์ใหม่แล้ว ก็ไม่เห็นว่าเป่ยเซี่ยมีการเคลื่อนไหวสิ่งใด เป่ยเซี่ยจะทำเพื่อองค์หญิงที่สูญเสียเอกราชและจะเคลื่อนไหวทัพใหญ่หรือ? ท่านทูตหลีกเลี่ยงการมองอย่างไม่ดูถูกองค์หญิงจิ้งเสียนท่านนี้เถิด”เฉินเสียนจำใจต้องยอมรับ องค์จักรพรรดิเย่เหลียงพูดมีเหตุผลเป็นอย่างมากหากเป่ยเซี่ยต้องการยุ่งจริง เหตุใดหลายปีที่ผ่านมาไม่ถามไม่อะไรเลยเล่า?แต่ทว่าซูเจ๋อกล่าวอย่างนุ่มนวลว่า“ฝ่าบาทน่าจะทรงทราบ ปีนั้นเป่ยเซี่ยวุ่นวายอยู่หลายสิบปี ตอนที่ภายในของต