ูเขาหรือไม่?”ซูเจ๋อกล่าวถามเฉินเสียนกล่าวว่า“ข้าจะเข้าไปดู”“ได้ ข้าจะรอท่านอยู่ด้านนอกนะ”เฉินเสียนสั่งผู้คุมให้เปิดประตูคุกออก เสียงกุญแจเหล็กกระทบกันดังขึ้น แสบหูเป็นอย่างมากแม้กระทั่งเขายังไร้การเคลื่อนไหวเลยเฉินเสียนเข้าไปอย่างไม่รีบร้อน หันกลับไปถามผู้คุมว่า“เหตุใดต้องตีเขาจนเป็นเช่นนี้เล่า?”ผู้คุมกล่าวว่า“มีคำสั่งจากเบื้องบน ข้าทำตามกิจวัตรประจำวันเท่านั้นเอง”ผู้คุมน่าจะรู้ว่าบุคคลทั้งสองคนนี้เป็นคนของต้าฉู่ ต้าฉู่เป็นเมืองที่รบแพ้แล้วมาเจรจา ดังนั้นเลยไม่จำเป็นจะต้องเกรงใจพวกเขา“เป็นกิจวัตรประจำวัน สามารถที่จะใช้การลงโทษที่โหดเหี้ยมกับเชลยศึกเช่นนี้หรือ?”ผู้คุมกล่าวขึ้นว่า“เขาสังหารทหารของเย่เหลียงไปเท่าไหร่ ได้รับความทุกข์ยากแค่นี้นับอะไรได้ ชีวิตของท่านแม่ทัพใหญ่ข้ารอที่จะเฆี่ยนตีลงโทษทุกวัน หากว่าเขายอมพูดรูปแบบการจัดเคลื่อนพลการป้องกันของเมืองต้าฉู่สักนิดหนึ่ง ยังช่วยเลี่ยงการตีเฆี่ยนอย่างโหดเหี้ยมเช่นวันนี้ได้ แต่เป็นเวลานานแสนนานประโยคเดียวเขาก็ไม่เคยพูดออกมาเลย”406
ถึงแม้ว่าผู้คุมจะมีความเคียดแค้น แต่ทว่าจำใจต้องเคารพ “เขาใจเด็ดเดี่ยวเขาไม่กินไม่ดื่มหาเรื่องตาย เพื่อที่จะเก็บชีวิตนี้ไว้ทุกวันยังต้องกรอกให้เขากิน ถึงได้ฝืนใจมีชีวิตจนถึงวันนี้ยังไงเล่า”ผู้คุมที่รับผิดชอบดูแลฉินหรูเหลียงรู้สึกว่าตีเขาทุกวันก็ไม่เป็นผลเลย เกิดความรำคาญเขาตั้งนานแล้วหากว่าเอาเขาคืนให้กลับต้