เฉินเสียนที่สีหน้าเต็มไปด้วยความห้าวหาญ ไม่นานก็ลดลง กล่าวขึ้นว่า“นั่นคือข้าโต้เถียงกับผู้อื่น นี่ท่านก็ยังจะคิดว่าเป็นเรื่องจริงหรือ?ถึงอย่างไรก็ตามข้าไม่สามารถให้พวกเขาคิดว่าข้ากับท่านง่ายต่อการกลั่นแกล้งหรอกนะ”ซูเจ๋อเดินเข้ามาสองก้าว ยืนอยู่ตรงหน้าเธอหลังของเธอพิงอยู่กับเสาตรงระเบียงทางเดินซูเจ๋อยกมือขึ้น นิ้วมือของเขาแผ่การจายออกสบายๆ ขลุ่ยไม้ไผ่นอนหงายอยู่ในอุ้งมือของเขา ทำให้เฉินเสียนชะงักงันนึกถึงครั้งก่อนตอนที่คืนขลุ่ยไม้ไผ่นี้ให้ เธอเจ็บปวดใจไม่น้อย ราวกับว่าเธอได้กลับไปในคํ่าคืนนั้น เธอจำทุกฉากได้อย่างชัดเจนซูเจ๋อเอ่ยด้วยนํ้าเสียงแผ่วเบาว่า“แรกเริ่มที่ทำขลุ่ยไม้นี่ ข้าวางแผนไว้ว่าจะมอบมันให้กับท่าน หากว่ามีเรื่องอันใด ก็สามารถเป่ามันได้ ข้าสามารถที่จะจัดคนให้มาดูแลปกป้องท่านได้ แต่ต่อมาคิดๆดูแล้ว แม้ว่าพบเจอเรื่องอันใด จากนิสัยของท่านแล้ว ก็สามารถที่จะหาวิธีแก้ไขได้ และไม่ใช่ผู้ที่ไม่มีหลักการเป็นของตัวเองที่จะขอร้องให้ผู้อื่นช่วยเหลือ ข้าเพียงแค่หวังว่า หากสามารถได้ยินท่านเป่ามันบ่อยๆ เช่นนี้ข้าก็จะได้มาอยู่ข้างกายท่านบ่อยครั้งเช่นกัน”เฉินเสียนฟังแล้วชะงักงัน คิดไม่ถึงเลยว่าเริ่มแรกซูเจ๋อจะมีเจตนาเช่นนี้น่าเสียดายเพราะน้อยมากที่เฉินเสียนจะเป่ามัน แต่เธอเอามันพกติดตัวไปด้วยตลอด แม้ก้าวสั้นๆยังไม่ห่างเลย398
เธอชอบขลุ่ยไม้ไผ่นี้ตลอดมาไม่เพียงแต่เพราะว่ามันเป็นศิลปะที่ประณีต