เสียนเอ่ยโพล่งออกมาซูเจ๋อกล่าว “อาจย่◌ุงกับการไล่ตีหนูก็เป็นได้”เดินออกมาได้สักพัก ทันใดนั้นเฉินเสียนเอ่ยเพิ่มว่า “ที่แท้ท่านเตรียมการไว้ล่วงหน้าเช่นนี้นี่เอง ท่านมั่นใจนับหรือว่าจ้าวเทียนฉีจะก่อเหตุลอบทำร้าย?”“เขาไม่ไปก็สามารถยุแยงเขาได้ หากยุแยงไม่เป็นผล ให้เย่เหลียงระวังเพิ่มขึ้นก็ไม่มีผลเสียอันใด”เฉินเสียนมองเขาพร้อมกับเอ่ยขึ้นมาว่า “ท่านทำเยี่ยงนี้ถือว่าเป็นผู้ขายชาติโดยสมคบกับศัตรูหรือไม่?”ไม่เคยเล่าอันใดให้เธฮฟังเลย เธอต้องคอยคาดเดาอยู่รํ่าไป เมื่อคาดเดาจนเหนื่อยล้า จึงพลั้งปากถามประโยคนี้ออกมาความเสียใจผุดขึ้นมากลางอก อยากเก็บคำพูดกลับมาก็ไม่ทันการณ์เสียแล้ว“ขายชาติ?” ซูเจ๋อกล่าวยิ้มเจือจาง “หากเช่นนี้คือการสมคบคิดกับศัตรูมาทำลายชาติ ใช่ก็ใช่ สุดแล้วแต่ข้าไม่อินังขังขอบ”ทั้งที่รู้ว่าถามเช่นนี้จะเป็นการทำร้ายจิตใจเขา หากแต่หลังเฉินเสียนได้ยินคำตอบจากเขา เธอยิ่งรู้สึกเสียใจเพิ่มขึ้นเฉินเสียนกล่าว “ไยท่านต้องยึดติดกับชาติบ้านเมืองในอดีตด้วยเล่า?”311
“เพราะมีเพียงหนทางนี้ ท่านกับเจ้าน่องน้อยถึงไม่ถูกผู้อื่นข่มเหงรังแก ข้ายินดีให้พวกท่านรังแกคนใต้หล้าแทน”หยาดนํ้าตาเฉินเสียนคลอเบ้า นัยน์ตาเริ่มแดงกํ่าพอใกล้กลับถึงจวน ซูเจ๋อกระซิบกระซาบต่อเธอว่า “งานเลี้ยงราตรีคืนนี้ เมื่อท่านพบจ้าวเทียนฉี ท่านยุแยงเขาได้หรือไม่”เฉินเสียนเอ่ย “ท่านว่าเขาหมายปองข้า เช่นนั้นข้าเป็นผู้ยุให้เขาไปลอบทำ