คำพูดเหล่านี้ทำให้จ้าวเทียนฉีขุ่นเคือง จ้าวเทียนฉีกัดฟันกรอดและโต้ไปว่า“หากฉินหรูเหลียงยังถือว่าตนเองเป็นทหาร เขาควรให้ความสำคัญกับบ้านเมืองเป็นอันดับแรก! ถ้าเขารู้ว่าชีวิตของเขาเพียงคนเดียวจะทำให้ต้าฉู่ต้องสูญเสียอะไรๆ มากมายเพื่อแลกเปลี่ยน เขาควรจะจบชีวิตตัวเองซะ เย่เหลียงจะได้ใช้เขาเป็นเครื่องต่อรองไม่ได้อีก!”“ถุย!” จ้าวเทียนฉีถ่มนํ้าลายลงพื้นอย่างหยาบคาย “ก็แค่แม่ทัพคนเดียวไม่ใช่รึ ต้าฉู่ใช่ว่าจะไม่เหลือแม่ทัพเสียหน่อย!”เฉินเสียนเลิกคิ้วและเอ่ยเรียบๆ ว่า “แน่นอนว่าต้าฉู่ไม่ได้ขาดแม่ทัพ ถ้าเปลี่ยนเป็นแม่ทัพจ้าวถูกจับไปเป็นเชลย แม่ทัพจ้าวจะต้องนึกถึงต้าฉู่ก่อนสิ่งอื่นใดยอมสละชื่อเสียง สละอำนาจและยศถา ยอมสละทรัพย์สินเงินทองและตัดสินใจปลิดชีพตัวเอง เช่นนี้ใช่หรือไม่?”จ้าวเทียนฉีนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยอย่างเยาะเย้ย “แม่ทัพอย่างข้าไม่ได้ไร้ฝีมือเช่นฉินหรูเหลียง ไม่มีทางกลายเป็นเชลยของเย่เหลียงเช่นเขาแน่นอน มีเพียงแค่สิ่งนี้ที่ข้าทำไม่ได้!”“อ้อ งั้นหรือ” เฉินเสียนเหมือนจะยิ้มแต่ไม่ยิ้ม เธอกล่าวต่อว่า “แต่เหตุใดข้าจึงได้ยินมาว่า ถ้าแม่ทัพจ้าวไม่เคลื่อนทัพช้าจนผิดเวลาไปครึ่งชั่วยาม แม่ทัพฉินก็จะไม่ถูกศัตรูปิดล้อม ถ้าแม่ทัพจ้าวสั่งให้เหล่าทหารถอยทัพอย่างทันท่วงที ผู้คนมากมายก็จะไม่ต้องมาล้มตายและเสียเลือดเสียเนื้อมากมายขนาดนี้”สีหน้าของจ้าวเทียนฉีเปลี่ยนไป เขามองไปทางแม่ทัพโฮ้วซึ่งอยู่