รให้ทุกคนหิวตายในสนามรบงั้นรึ”จ้าวเทียนฉีไม่เคยสนใจเรื่องเหล่านี้เลย เขาคิดแค่ว่าขอเพียงพวกเขาออกมาสู้รบที่แนวเขตชายแดน ทางราชสำนักก็จะคอยสนับสนุนอย่างเต็มที่300
ฉับพลันนั้นซูเจ๋อก็คลายมือจากด้ามดาบของแม่ทัพโฮ้วและมองเฉินเสียนด้วยสีหน้าที่ลุ่มลึกความสงบและความใจเย็น ความไม่เกรงกลัวอันตรายและการแสดงความคิดเห็นของเธอ ทำให้หลายต่อหลายคนประหลาดใจนายทหารในกระโจมต่างพากันเงียบซูเจ๋อยกมุมปากขึ้นอย่างมีความหมาย เขาเชื่อว่าเธอจัดการทุกอย่างด้วยตัวคนเดียวได้ในอนาคตอันใกล้ เธอจะทำได้ดียิ่งกว่านี้เฉินเสียนใช้นิ้วคีบดาบของจ้าวเทียนฉีและขยับมันไปด้านข้าง “ดังนั้น ท่านแม่ทัพจ้าว ตอนนี้มีทางเลือกอยู่สองทาง ถ้าไม่ร่วมมือกันอย่างเต็มที่เพื่อเจรจาสันติภาพ ก็ใช้เวลาที่สั้นที่สุดหาแต้มต่อมาต่อรองเพื่อเอาชนะเย่เหลียงให้ได้”ในเวลานี้รองแม่ทัพของจ้าวเทียนฉีคนหนึ่งดูเหมือนจะคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้และอยากจะพูด ทว่าจ้าวเทียนฉียกมือขึ้นห้ามเสียก่อนเขาค่อยๆ ถอนดาบออกมา แววตาคมประหนึ่งอินทรี เขากล่าวว่า “แม่นางช่างกล้าหาญมิใช่น้อย ในเมื่อมาถึงเมืองเสวียน แม่ทัพอย่างข้ายังไม่ทันได้เลี้ยงต้อนรับพวกท่าน ถ้าเช่นนั้นคืนนี้ข้าจะจัดงานเลี้ยงต้อนรับ”เฉินเสียนกล่าวว่า “จิ้งเสียนขอบใจสำหรับความมีนํ้าใจของแม่ทัพจ้าว”จากนั้นจ้าวเทียนฉีจึงปล่อยทูตผู้ส่งสารไปเมื่อออกมาจากกระโจม เฉินเสียนจึงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เหมือนจะได้ยินน