ายทหารบางคนพูดแว่วๆ ว่า “จักรพรรดิเย่เหลียงเสด็จมาถึงชายแดนแล้ว”“เป็นโอกาสดีมากที่จะจับกษัตริย์เอาไว้” อะไรทำนองนี้301
จนเมื่อเดินออกมาไกลแล้ว ซูเจ๋อจึงเบี่ยงเบนความสนใจของเฮ่อโยวด้วยการสั่งให้เขาตามแม่ทัพโฮ้วไปยังสถานที่อื่นๆ ในค่ายทหารซูเจ๋อออกมาจากค่ายทหารพร้อมกับเฉินเสียนและเดินไปเรื่อยๆ บนถนนที่ว่างเปล่าในเมืองเสวียนซูเจ๋อยิ้ม ดวงตาเรียวยาวของเขาหรุบลงเล็กน้อย จากนั้นจึงเอ่ยอย่างแผ่วเบาว่า “อาเสียน ท่านทำได้ดีมาก”เฉินเสียนชำเลืองมองเขาและกล่าวว่า “ถ้าไม่เช่นนั้นจะทำอย่างไรได้อีกล่ะอย่างที่ท่านว่า เมื่อยืนอยู่ในค่ายก็เปลี่ยนอะไรไม่ได้แล้ว นี่ไม่ใช่ทางที่ท่านชี้แนะหรอกหรือ ท่านจะชมข้าหรือชมตัวเองกันแน่”“ข้ามิบังอาจ แน่นอนว่าต้องชมท่านอยู่แล้ว”เฉินเสียนเบ้ปาก จากนั้นจึงเอ่ยอย่างเป็นกังวลเล็กน้อยว่า “วันนี้ข้าพูดมากเกินไปหรือเปล่า”“ไม่มากหรอก กำลังดี”“ดูจากปฏิกิริยา พวกเขาคงคาดไม่ถึงว่าข้าจะวิพากษ์วิจารณ์ออกมาได้ขนาดนี้เพราะถึงอย่างไรเมื่อก่อนข้าก็เป็นแค่องค์หญิงที่ไร้ประโยชน์ หากคำพูดวันนี้รู้ไปถึงพระกรรณของจักรพรรดิละก็ คงกลายเป็นหายนะแน่ๆ”ซูเจ๋อเอ่ยอย่างแจ่มใสว่า “อย่ากลัวไปเลย ถึงอย่างไรบางคนก็กำลังจะตายอยู่แล้ว ตอนนี้เรื่องยังไม่มีโอกาสไปถึงพระกรรณของจักรพรรดิหรอก”ในเมืองเสวียนแห่งนี้ยังพอมีผู้คนหลงเหลืออยู่บ้าง พวกเขาไม่ออกมาในเวลากลางคืน ตอนกลางวันจึงพอจะได้เห็นพวกเขาเดินผ่