ยังคงอยู่ เฉินเสียนบอกความแตกต่างได้ทันทีเมื่อเห็นข้อมือที่ถูกจัดวางไว้อย่างสะอาดเรียบร้อย เธอกล่าวว่า “นี่ไม่ใช่ท่านแม่ทัพ”ที่ข้อมือข้างซ้ายของฉินหรูเหลียงมีรอยแผลเป็นที่เธอทิ้งเอาไว้ แต่ที่ข้อมือนี้กลับไม่มีแม่ทัพโฮ้วกล่าวอย่างเคร่งขรึมว่า “ถ้าเช่นนั้นก็เป็นไปได้มากว่าท่านแม่ทัพใหญ่จะอยู่ในมือของเย่เหลียง”ในเวลาเดียวกันนั้น ฝ่ายเย่เหลียงได้ยินว่าทูตของต้าฉู่มาถึงชายแดนแล้วและจะส่งคนมาเจรจา สามวันต่อมาจึงเชิญทูตไปยังเมืองชายแดนของเย่เหลียงเพื่อเจรจาสันติภาพเพื่อแสดงความจริงใจ กษัตริย์แห่งเย่เหลียงจึงเสด็จมาด้วยพระองค์เองกองทัพและปราชาชนของเย่เหลียงต่างมารวมตัวกันอย่างพร้อมใจอย่างที่ไม่เคยปรากฏให้เห็นมาก่อนจ้าวเทียนฉีมาต้อนรับทูตส่งสารของเย่เหลียงด้วยตนเองและด่าทออย่างหยาบคายเมื่ออยู่ต่อหน้าทูตในฐานะแม่ทัพ เขาย่อมต้องหวังที่จะเอาชนะเย่เหลียงผ่านการทำสงครามเมื่อทำสำเร็จชื่อเสียงของเขาจะเลื่องลือไปทั่ว ดังนั้นในสายตาของเขา การที่ต้าฉู่เลือกที่จะเจรจาชดใช้ด้วยเมืองจึงถือเป็นเรื่องที่อัปยศอดสูเป็นอย่างยิ่ง293
เขาไม่สนใจว่าในค่ายทหารจะมีนายทหารคนอื่นๆ อยู่ด้วย ในเวลานั้นเขาปาจดหมายเกี่ยวกับการเจรจาสันติภาพในอีกสามวันข้างหน้าที่เย่เหลียงส่งมาให้ลงกับพื้น จากนั้นก็ชักดาบออกมาแล้วตัดออกเป็นชิ้นๆ และสั่งให้คนกุมตัวทูตส่งสารจากเย่เหลียงเอาไว้จ้าวเทียนฉีเอ่ยอย่างเดือดดาลว่า “ไปเจรจาสันติกับโค