ตรของเจ้าสิ! คิดว่าจับแม่ทัพได้แค่คนเดียวแล้วจะขู่ต้าฉู่ให้ยกเมืองห้าคูเมืองให้รึ ช่างเพ้อฝันยิ่งนัก!”เมื่อออกมาจากอุโมงค์ใต้ดิน แม่ทัพโฮ้วจึงพาซูเจ๋อและคนอื่นๆ ตรงไปที่ค่ายทหาร อย่างไรเสียหากจะไปเจรจาสันติภาพกับเย่เหลียงก็ต้องมีแม่ทัพติดตามไปด้วยเพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของพวกเขา ดังนั้นการไปทำความคุ้นเคยไว้ก่อนจึงเป็นเรื่องที่ควรเพียงแต่ไม่คิดว่าทันทีที่มาถึงด้านนอกกระโจมแม่ทัพ จะได้ยินเสียงอันโกรธเกรี้ยวของจ้าวเทียนฉีดังลอดออกมาพอเปิดกระโจมเข้าไปจึงเห็นว่าทูตส่งสารของเย่เหลียงกำลังนั่งคุกเข่าตัวสั่นอยู่บนพื้น เขาพูดจาสะเปะสะปะขณะที่ชีวิตของเขากำลังแขวนอยู่บนเส้นด้าย จ้าวเทียนฉีไม่สนใจอะไรทั้งนั้น เขาถือดาบจ่อไว้ที่คอของทูตผู้นั้นและตั้งใจจะบั่นคอของเขาทันที พร้อมกันนั้นก็เอ่ยว่า “ข้าอยากจะเห็นนักว่าเย่เหลียงจะทำอะไรแม่ทัพอย่างข้าได้ ต่อให้ไม่มีฉินหรูเหลียง ข้าก็ทำลายเย่เหลียงของพวกเจ้าได้”ขณะที่กำลังจะลงมือ เฉินเสียนก็ตวาดขึ้นมาทันทีว่า “หยุดนะ!”จ้าวเทียนฉีหยุดชะงัก คมดาบนั้นสำรวจเข้าที่ผิวหนังบริเวณคอของทูตส่งสารจนมีรอยเลือดซึมออกมาเกิดความเงียบขึ้นในกระโจม294
ดวงตาคมคู่หนึ่งพุ่งตรงมาทันทีแม่ทัพหลายคนที่อยู่ที่นี่เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาที่จงรักภักดีต่อจ้าวเทียนฉี ที่เหลือเพียงไม่กี่คนนอกจากนั้นก็เหมือนกับแม่ทัพโฮ้วที่ไม่มีอำนาจมากพอจะไปตักเตือน ทำได้เพียงแค่โกรธแต่พูดออกไปไม่ได้ใน