ในเวลานั้นแม่ทัพใหญ่เจิ้นซีป้องกันพรมแดนทางด้านตะวันตก ทั้งเคร่งครัดและน่าเกรงขามจนพวกหมานอี๋ซึ่งเป็นชนเผ่าป่าเถื่อนไม่กล้าสร้างปัญหา ทว่าเวลานี้อำนาจของเขากลับมีน้อยยิ่งกว่ารองแม่ทัพที่อยู่ข้างกายจ้าวเทียนฉีเสียอีกซูเจ๋อลดเสียงตํ่าลงและมีเพียงเฉินเสียนเท่านั้นที่ได้ยิน เหมือนกำลังบอกเล่าความรู้สึกที่เก็บไว้ลึกๆ ในใจที่ข้างหูทว่าเขากำลังช่วยเฉินเสียนวิเคราะห์สถานการณ์เขาเอ่ยว่า “การเผชิญหน้ากับเย่เหลียงในครั้งนี้ แม้ว่ากองกำลังทหารในแดนใต้จะเผชิญกับความสูญเสียอย่างหนัก แต่ก็นับว่าเป็นกำลังที่ไม่ควรมองข้าม ในปีนั้นจักรพรรดิองค์ก่อนมีกำลังทหารไม่เพียงพอ ความพ่ายแพ้เกิดขึ้นเมื่อตอนที่สั่งให้กษัตริย์ไหวหนานนำกองทัพมาที่พรมแดนทางใต้ ทว่าก็ไม่มีทางเลือกอื่นพรมแดนด้านตะวันตกมีพวกหมานอี๋คอยถ่วงดุล ถ้าทางเหนือไม่มีภัยพิบัติและเย่เหลียงยุติสงคราม กองกำลังทหารในเขตใต้ก็คงจะเคลื่อนทัพไปทางเหนือเช่นปีก่อน”เฉินเสียนตกใจเป็นอย่างมากและมองไปที่ซูเจ๋อสีหน้าของเขายังคงเรียบเฉย ลำแสงในดวงตาเรียวยาวซึ่งหรุบตํ่าอยู่นั้นเปล่งประกาย ทว่าสิ่งที่พูดเป็นเหมือนดั่งคมมีดที่อ่อนโยนซึ่งเป็นอันตรายมากแต่นํ้าเสียงของเขาสมํ่าเสมอราวกับกำลังพูดเรื่องอาหารการกินทั่วๆ ไปกับเธออย่างไรอย่างนั้นทันใดนั้นเฉินเสียนก็รู้สึกราวกับว่าเธอกำลังตกอยู่ในกระดานหมากขนาดยักษ์286
เกมหมากที่เขาสร้างขึ้นเองกับมือ“ซูเจ๋อ ท่านคิดจะทำอะไ