เฉินเสียนจับมือแม่ทัพโฮ้วและขอให้เขาลุกขึ้น โดยกล่าวว่า “ท่านแม่ทัพคอยปกปักรักษาดินแดนต้าฉู่ไว้ ช่างน่ายกย่องยิ่งนัก โปรดลุกขึ้นเถิด จิ้งเสียนรับความเคารพเช่นนี้ไว้ไม่ได้”นํ้าตาไหลอาบแก้มของแม่ทัพโฮ้วขณะที่เขาลุกขึ้น เขากล่าวว่า “ก่อนหน้านี้กระหม่อมได้ยินมาว่าองค์หญิงทรงเลอะเลือนและอ่อนต่อโลก การที่ตอนนี้ได้เห็นว่าองค์หญิงทรงฟื้นสติและตระหนักถึงพระองค์เอง ช่างนับเป็นโชคดีของต้าฉู่ยิ่งนัก!”เฉินเสียนกล่าวว่า “ทั้งหมดนั่นเป็นเรื่องในอดีต”“องค์หญิง โปรดเสด็จเข้าเมืองกับกระหม่อมเถิดพ่ะย่ะค่ะ”เฉินเสียนยังคงปรับตัวไม่ได้ที่แม่ทัพผู้กรำศึกอยู่ที่ชายแดนปฏิบัติต่อเธออย่างนอบน้อมเช่นนี้ในบรรดาพวกเขาสามคน ซูเจ๋อเป็นคนที่ตัดสินใจได้ดีที่สุด เมื่อเห็นซูเจ๋อพยักหน้า เฉินเสียนจึงตกลงที่จะเข้าเมืองแม่ทัพโฮ้วรีบเอ่ยขึ้นอีกครั้งว่า “เชิญใต้เท้าซูกับคุณชายเฮ่อ”เฉินเสียนเดินไปข้างหน้า ทันใดนั้นก็ตระหนักขึ้นมาได้ว่าซูเจ๋อคงจงใจปฏิเสธที่จะเข้าไปในเมืองและอยู่ที่ชานเมืองนี่เพื่อชักนำให้แม่ทัพโฮ้วมาพบที่นี่ก่อนหากเข้าไปในเมืองก่อน แม่ทัพโฮ้วผู้นี้อาจจะคุกเข่าให้เธอต่อหน้าผู้คนและเรียกแทนตนเองว่ากระหม่อมไม่ได้279
โดยเฉพาะอย่างยิ่งประโยคที่แม่ทัพโฮ้วพูดกับเธอเมื่อครู่นี้ว่า “เติบใหญ่จนขนาดนี้แล้วหรือ” จนทำให้เฉินเสียนรู้สึกสะเทือนใจแน่นอนว่าหลังจากนี้ต่อหน้าผู้คน แม่ทัพโฮ้วจะเรียกเธอได้แค่ “องค์หญิงจิ้งเสียน