ไม่รู้ว่ารับรู้ถึงความเจ็บปวด หรือจะเป็นรับรู้ถึงความวิตกกังวลของเฉินเสียนหลังจากนั้นไม่นาน ซูเจ๋อก็ขมวดคิ้วและลืมตาขึ้นอย่างเงียบๆในดวงตาของเขามีท้องฟ้า ที่มืดดำราวจะจับเธอเข้าไปขังไว้อย่างไรอย่างนั้นซูเจ๋อมองดูเธออย่างตื่นตระหนกตกใจ จากนั้นยื่นมือออกมาเช็ดนํ้าตาที่เบ้าตาของเฉินเสียนอย่างอ่อนโยนปลายนิ้วเย็นยะเยือกซูเจ๋อถอนหายใจยาว และยิ้มอย่างสบายใจให้กับเธอ แม้ว่าสภาพจะดูไม่ค่อยดี แต่เป็นรอยยิ้มก็น่าหลงใหลเขาพูดว่า “อย่าร้อง ข้าไม่เป็นไร”เฉินเสียนขยี้ตาเหมือนกับทรายเข้าตาและยิ่งมีความคันขึ้นเล็กน้อย ที่เบ้าตาที่เปียกชื้นได้จ้องมองไปที่เขา “ท่านไม่เป็นไรแล้วทำไมไม่ลืมตา? ท่านไม่เป็นไรแล้วทำไมไม่ขานตอบข้ามาล่ะ?”ซูเจ๋อยิ้มอย่างจริงใจและพูดว่า “ข้าขอโทษ ข้าทำให้ท่านเป็นห่วงแล้ว แต่เห็นท่านเป็นห่วงเช่นนี้ มีประโยชน์กับข้ามาก”“ท่านจงใจแกล้งข้ารึ?”ซูเจ๋อมองไปรอบๆ และพูดว่า “อาเสียน ท่านกัดข้าเจ็บนิดหน่อย”เฉินเสียนเมื่อครู่มีความกังวลแค่ไหน แต่ตอนนี้ก็โมโหมากเท่านั้น247
ทั้งที่เธอหวาดกลัวเช่นนั้น ซูเจ๋อกลับจงใจที่ทำให้เธอตกใจ เขาจงใจทำให้การหายใจบางเบา เพื่อรอดูเธอทำเรื่องตลกเฉินเสียนลุกขึ้นไม่อยากจะสนใจเขา ยังไม่ถึงไหนซูเจ๋อก็ยื่นมือออกไปดึงเธอกลับมา แล้วกดเธอไว้ในอ้อมกอดความโกรธของเฉินเสียนยากที่จะบรรเทาลง กำลังจะดิ้นออก เสียงนุ่มๆ ของเขาได้ดังมาจากเหนือศีรษะ “อย่าขยับ ข้าได้รับบาดเจ็บ