ป็นห่วงเขามาก เขาก็เป็นห่วงท่านมาก แต่ถ้าปล่อยโอกาสที่จะลงโทษเขาไป ข้ารู้สึกว่ามันน่าเสียดาย”เฉินเสียนพูดอย่างไม่แก้ตัวว่า “เจ้าอยากให้เขาโดนลงโทษ นั้นก็อาจจะทำร้ายข้าได้”เฮ่อโยวหยุดเขียนพู่กันชั่วคราว แล้วพูดอย่างอึดอัดว่า“ได้ ข้าฟังท่าน ท่านพูดอะไรข้าก็จะเขียนแบบนั้น!”เฉินเสียนหรี่ตาแล้วยิ้มขึ้นมา เอามือขึ้นมาเกาะที่ไหล่ของเฮ่อโยวแล้วพูดว่า“ควรค่าแก่การเป็นเพื่อนร่วมทุกข์ร่วมสุขของข้า”ดังนั้นจดหมายฉบับนี้เฮ่อโยวเป็นผู้เขียนบท เฉินเสียนที่อยู่ข้างๆคอยชี้แนะเฉินเสียนแนะนำให้เขา เขียนเกี่ยวกับบัญชีรายรับรายจ่ายในแต่ละวันอย่างคร่าวๆเรื่องเล็กๆน้อยก็ให้เขาเขียนตามที่เขาอยากขยายความ ส่วนเรื่องซูเจ๋อและเฉินเสียนที่ใช้รถม้าร่วมกัน ก็ไม่ได้กล่าวถึงอะไรมากช่วงสุดท้ายของจดหมาย ก็เขียนเรื่องเล็กๆน้อยๆให้ครบถ้วนเฮ่อโยวกำลังเขียนด้วยความคิดที่กำลังพุ่งออกมาเหมือนนํ้าพุ เฉินเสียนสะกิดไปที่ข้างๆเขาทันทีแล้วถามว่า “เมื่อตอนพลบคํ่าที่เจ้าว่าซูเจ๋อยังมีเรื่องที่ยังพูดไม่จบ ตอนนี้เจ้าบอกข้ามา ว่ามันคือเรื่องอะไร?”ซูเจ๋อพูดตั้งแต่แรกแล้วว่าเฮ่อโยวนั้นเป็นคนใสสื่อบริสุทธิ์เมื่อได้ยินเฉินเสียนถาม ซูเจ๋อที่ยืนอยู่ราวบันไดก็ได้แต่ถอนหายใจอยู่เงียบเฮ่อโยวจะต่อต้านการสั่นไหวของเฉินเสียนได้อย่างไร201
เมื่อตอนบ่ายนั้นเฮ่อโยวพูดไปโดยไม่ได้คิดอะไร แต่เฉินเสียนนั้นฟังอย่างตั้งใจ จำได้อย่างขึ้นใจเฮ่อโยวถูกดึงดูด