วันต่อมาเริ่มต้นเร่งออกเดินทางต่อเฉินเสียนนั่งอยู่ในรถม้าที่โคลงเคลงโยกไปโยกมา เธอใช้แขนเสื้อโบกสะบัดพัดให้เกิดลมเธอนั้นยังดี ไม่ร้อนจนเป็นทุกข์มากมาย องครักษ์ด้านนอกกับนางสนมถูกพระอาทิตย์สาดส่อง เป็นทุกข์มากกว่าเธออยู่บ้างด้านนอกพระอาทิตย์ร้อนแผดเผา สาดส่องสะท้อนดวงตา อากาศถูกแผดเผาจนบิดเบี้ยว ถนนหลวงเขียวสองข้างยังคงไม่เปลี่ยนแปลง แต่ธัญพืชในทุ่งนาเหี่ยวแห้งโรยราบางครั้งผ่านแล้วยังได้ยินเสียงเหล่าอาณาปราชาราษฎร์ทำงานในพื้นดินพูดคุยกัน อีกด้านปาดเหงื่อราวกับฝนอีกด้านทอดถอนหายใจออกมากล่าวขึ้นว่า“อากาศนี้ร้อนอย่างต่อเนื่องมาหลายวันแล้ว หากยังร้อนต่อไปอีก ธัญพืชจะตายหมดแล้ว!”“ใช่ ตอนนี้เพิ่งจะเริ่มคิมหันตฤดู ก็ร้อนเช่นนี้แล้ว ด้านหลังจากนี้จะทนความร้อนแผดเผานี้ได้อย่างไรกันเล่า”เมืองหลวงต้าฉู่ค่อนไปทางเหนือ เมื่อก่อนเฉินเสียนอย่างน้อยตอนที่พระอาทิตย์แสงอ่อนลงถึงได้ออกเดิน เป็นผลให้รู้สึกว่าคิมหันตฤดูไม่ได้ร้อนมากมายตอนนี้ห่างจากเมืองหลวงไกลมากขึ้นเรื่อยๆแล้ว อีกทั้งเป็นเส้นทางที่เดินทางไปทางใต้ บรรยากาศระหว่างการเดินทางเลยยิ่งรู้สึกว่าร้อนแผดเผามากขึ้น152
เหมาะเจาะกับเวลาที่เฉินเสียนกำลังเคลิ้มหลับ ทันใดนั้นมีองครักษ์จู่โจมเข้ามาเตือนให้ระวังการโจมตีจากฝ่ายตรงข้าม แล้วนำรถม้าจอดอยู่ด้านข้าง กองกำลังก็หยุดเช่นกันเฉินเสียนไม่รู้ว่าเกิดเหตุอันใดขึ้น จึงสะบัดม่านผืนเล็กขึ้นแล้วมองออกสู่ท