จะถูกเค้นหายไปอย่างรวดเร็วก็ตามถ้าหลิ่วเหมยอู่พยายามทุกวิถีทางเพื่อแย่งชิงฉินหรูเหลียงไปและสุดท้ายกลับทำให้เขากลายเป็นแบบนี้ เช่นนั้นหลิ่วเหมยอู่ก็คือคนที่น่าเกลียดชังเป็นที่สุดไม่กี่วันต่อมาก็มีรายงานผลการรบฉบับที่สองมาจากทางใต้กองทัพของต้าฉู่เข้าไปชำระสะสางสนามรบหลังจบศึก และศพนับหมื่นก็ถูกนำไปเผารวมกันศพทุกศพถูกตรวจสอบอย่างละเอียดแต่สุดท้ายก็ไม่พบฉินหรูเหลียงทว่าพวกเขาพบชุดเกราะเปื้อนเลือดของฉินหรูเหลียงและพบชิ้นส่วนของท่อนแขนตกอยู่ข้างๆ ชุดเกราะศพถูกฟันจนแหลกไม่เหลือชิ้นดีทำให้ระบุตัวตนไม่ได้เมื่อมาถึงจุดนี้ ทุกอย่างจึงดูเหมือนจะสิ้นสุดลงแล้วถ้าชิ้นส่วนของศพนั้นไม่ใช่ฉินหรูเหลียง เหตุใดเกราะของเขาจึงกระจัดกระจายอยู่บนพื้นทุกคนต่างคิดว่านั่นน่าจะเป็นฉินหรูเหลียง102
ชั่วเวลาหนึ่งผู้คนทั้งราชสำนักต่างก็เศร้าเสียใจ ทุกคนในจวนแม่ทัพเองก็ร้องไห้อย่างขมขื่นทว่าเฉินเสียนยังคงไม่อยากเชื่อมีเพียงแค่ชุดเกราะกับเศษท่อนแขนที่ไม่เหลือเค้าไม่ใช่หรือ เหตุใดจึงแน่ใจว่านี่คือฉินหรูเหลียงในไม่ช้าพระราชโองการจากวังก็มาถึงเฉินเสียนมองดูท้องฟ้าที่มืดครึ้มก่อนที่พายุฝนจะโหมลงมา ทันใดนั้นเองความเศร้าก็ดูจะทบทวีขึ้นมาเพราะมันเฉินเสียนพูดกับอวี้เยี่ยนว่า “ไปนำนํ้าขิงมา”อวี้เยี่ยนนำนํ้าขิงมาให้ เฉินเสียนล้างตาของเธอด้วยนํ้าขิงนั้นจนดวงตาทั้งสองข้างดูบวมแดงหลังจากนั้นเธอก็เปลี่ยนเป็นชุดสำหรับเข้าเฝ้า ติดต