ามเข้าไปในวังพร้อมกับคนที่มาจากวังเมื่อเห็นจักรพรรดิเธอก็รวบชุดและคุกเข่าลง ยังไม่ทันพูดอะไรเธอก็หลั่งนํ้าตาและเอ่ยอย่างสะอึกสะอื้นว่า “หม่อมฉันเข้าเฝ้าจักรพรรดิเพคะ”จักรพรรดิก็ตรัสอย่างเศร้าใจและกลัดกลุ้มมากเช่นกัน “จิ้งเสียน ยืนขึ้นเถิด”จักรพรรดิเห็นดวงตาที่บวมแดงเพราะนํ้าตาและใบหน้าที่ซีดขาวของเธอท่าทางเหมือนคนที่ทุกข์ระทมอย่างแสนสาหัสจักรพรรดิถามว่า “ที่จวนแม่ทัพเป็นอย่างไรบ้าง”103
เฉินเสียนปาดนํ้าตาและกล่าวว่า “ทุกอย่างในจวนแม่ทัพเรียบร้อยดีเพคะเพียงแต่อยู่ๆ ก็มารับรู้ข่าวเคราะห์ร้ายของท่านแม่ทัพ เป็นเรื่องที่น่าเศร้าและเจ็บปวดมากเพคะ หม่อมฉันไม่อยากจะเชื่อว่าท่านแม่ทัพใหญ่จะตายในสนามรบเช่นนี้ นี่ไม่ใช่แค่การสูญเสียของจวนแม่ทัพ แต่ยังนับเป็นการสูญเสียของต้าฉู่ก่อนที่จะได้เห็นกับตาตัวเอง จวนแม่ทัพจะไม่จัดงานศพเป็นเด็ดขาดเพคะ”จักรพรรดิเอ่ยอย่างถอดทอดใจว่า “ดูเหมือนเจ้าจะจริงใจต่อฉินหรูเหลียงมาโดยตลอด ข้าเองก็ไม่อยากจะเชื่อเช่นกัน”หลังจากหยุดไปครู่หนึ่ง จักรพรรดิจึงตรัสอีกว่า “ตอนนี้สงครามที่ชายแดนยังไม่ยุติ หากนั่นคือแม่ทัพใหญ่จริงๆ ก็นับเป็นการสละชีพเพื่อบ้านเมือง แม่ทัพเพิ่งเสียชีวิต ควรจะถูกส่งกลับมาทำพิธีที่บ้านเกิดเมืองนอน จิ้งเสียน เจ้าเองก็ต้องเตรียมใจไว้”เฉินเสียนน้อมคำนับทั้งนํ้าตาและกล่าวว่า “ตามแต่พระประสงค์ขององค์จักรพรรดิเพคะ”“เส้นทางจากทางใต้มาสู่เมืองหลวงแห่งนี้ ห