นซึ่งสวมชุดเข้าเฝ้าที่งดงามก็เดินตามถนนอันกว้างใหญ่ของพระราชวังซึ่งทอดยาวและอ้างว้างออกมานอกวังเสียงฟ้าร้องดังโหมอยู่เหนือศีรษะ และหยาดฝนก็เทลงมาห่าใหญ่ถึงช่วงเปลี่ยนผ่านระหว่างวสันตฤดูและคิมหันตฤดู ฝนตกลงมาจนร่างกายของเธอเปียกปอนและเธอก็รู้สึกหนาวเล็กน้อยในตอนที่กลับมาถึงสวนสระวสันตฤดู เมื่ออวี้เยี่ยนกับแม่นมซุยเห็นเฉินเสียนกลับมาในสภาพที่ดูไม่ได้ หัวใจของพวกนางก็แทบจะขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ ทั้งคู่105
รีบกางร่มออกไปรับเธอเข้ามา จากนั้นจึงเร่งร้อนต้มนํ้าให้อาบและผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าสายไปแล้วที่เฉินเสียนจะถอดเสื้อผ้าที่เปียกโชกของเธอ ใบหน้าที่ชุ่มฉํ่าของเธอขาวซีด เธอจับมืออวี้เยี่ยนกับแม่นมซุยไว้ เส้นผมที่เปียกแนบติดอยู่บนแก้มเธอเอ่ยอย่างแผ่วเบาว่า “อวี้เยี่ยน เอ้อร์เหนียง พวกเจ้าคือคนข้างกายที่ข้าไว้ใจมากที่สุด ข้าอยากให้พวกเจ้าช่วยข้าปกป้องเจ้าน่องน้อยอย่างสุดความสามารถ”“องค์หญิง เกิดอะไรขึ้นเพคะ”“ข้าจะต้องออกจากเมืองหลวงภายในสองวันนี้เพื่อไปรับกระดูกของฉินหรูเหลียง นี่เป็นพระราชโองการ” เฉินเสียนกล่าวว่า “ข้าพาพวกเจ้าไปด้วยไม่ได้ พวกเจ้าต้องอยู่คอยดูแลเจ้าน่องน้อยที่นี่”อวี้เยี่ยนเอ่ยอย่างตกใจว่า “ได้อย่างไรเพคะ เจ้าน่องน้อยแยกห่างจากแม่ไม่ได้ องค์หญิงไปในที่ที่ห่างไกลขนาดนั้นไม่ได้หรอกนะเพคะ…”
106