าเจ้าตากหากล่ะ” เฉินเสียนวางเจ้าน่องน้อยไว้บนเก้าอี้ เธอลุกขึ้นและปัดชายกระโปรง เธอยืนอยู่ตรงหน้านางและมองเหยียดลงไป ยกเท้าขึ้นเหยียบนิ้วที่ขาวเรียวทั้งสิบนิ้วของหลิ่วเหมยอู่ด้วยสีหน้าที่ว่างเปล่าปฏิบัติกับหลิ่วเหมยอู่แบบเดียวกับในวันหนึ่งของเมื่อปีที่แล้ว ที่ฉินหรูเหลียงทำเช่นนี้เพื่อนางหลิ่วเหมยอู่ส่งเสียงร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดเฉินเสียนทาบนิ้วลงบนริมฝีปากของตัวเองพลางเอ่ยว่า “ชู่… หลิ่วเฉียนเฮ้อยังหลบหนีอยู่นะ เรื่องที่เจ้าช่วยหลิ่วเฉียนเฮ้อหนีออกจากเมืองมันยังไม่จบ ถ้าเจ้าร้องดังจนมีคนได้ยินเข้าละก็ เจ้าคงไม่ได้ตายดีแน่”หลิ่วเหมยอู่ตัวสั่นเทา นํ้าตาไหลพรากเฉินเสียนกล่าวว่า “ข้าควรจะเรียกเจ้าว่าหลิ่วเหมยอู่ต่อไป หรือควรเรียกเจ้าว่าเชียนเสวี่ยดีล่ะ”ไม่ว่าจะเจ็บปวดอย่างไรหลิ่วเหมยอู่ก็นิ่งเงียบ ไม่กล้าส่งเสียงร้องขึ้นมาอีก99