ลุกอวี้เยี่ยนขึ้นมาอวี้เยี่ยนมองสภาพห้องที่ยุ่งเหยิง จากนั้นก็มองเฉินเสียนที่จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวและถามอย่างห่วงใยว่า “องค์หญิงกำลังหาอะไรอยู่เพคะ บ่าวจะได้ช่วยหา”เฉินเสียนส่ายหน้าและกล่าวซํ้าเหมือนเดิมว่า “ข้าฝันร้าย”หลังจากแม่นมซุยให้นมเจ้าน่องน้อยเสร็จ นางจึงออกไปและทิ้งให้อวี้เยี่ยนอยู่ในห้องเฉินเสียนเอนกายหนุนหมอนและนอนตะแคงหันหลังให้นางผ่านไปครู่หนึ่งอวี้เยี่ยนก็มาหมอบอยู่ที่เตียงและพูดขึ้นว่า “นี่คือสิ่งที่องค์หญิงกำลังมองหาใช่ไหมเพคะ”เฉินเสียนชะงักนิดหนึ่ง เธอมองขลุ่ยไม้ไผ่ที่อวี้เยี่ยนส่งมาให้ยังคงเป็นขลุ่ยที่เธอมักจะพกติดตัวก่อนหน้านี้ ที่ด้านบนมีรอยเส้นที่ชัดเจนเล็กกะทัดรัดและประณีตสวยงามเธอเอื้อมมือไปคว้ามันไว้ถือไว้ในมือ89
อวี้เยี่ยนกล่าวว่า “องค์หญิงตรัสว่าไม่อยากเห็นมัน ดังนั้นบ่าวจึงวางมันไว้ที่ใต้ชุดกระโปรงขององค์หญิง”หลังจากผ่านไปครู่ใหญ่อวี้เยี่ยนจึงกล่าวว่า “บ่าวคิดว่าองค์หญิงตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าจะขีดเส้นแบ่งที่ชัดเจนกับเขา”“ใช่ เพียงแต่ข้าเพิ่งรู้เดี๋ยวนี้เองว่ามันยากนักที่จะลืมใครสักคนให้ได้อย่างแท้จริง”อวี้เยี่ยนถามว่า “องค์หญิงอยากรู้เกี่ยวกับเรื่องในอดีตของใต้เท้าซูหรือไม่เพคะ หากองค์หญิงต้องการ บ่าวเล่าให้องค์หญิงฟังได้ บางทีถ้าได้ฟังแล้ว องค์หญิงอาจจะไม่ชอบเขาอีกต่อไป”นางเป็นสาวใช้ที่อยู่ใกล้ชิดเฉินเสียน นายและบ่าวจึงเข้าใจจิตใจของกันและกันดีนางจะ