ไม่รู้ได้อย่างไรว่ามีเรื่องใดที่ซุกซ่อนอยู่ภายในใจของเฉินเสียนในเวลานี้อวี้เยี่ยนเพิ่งจะตระหนักได้ว่าตนเองนั้นโง่มากตั้งแต่ตอนที่องค์หญิงบอกนางว่าเธอไม่มีทางสนใจใต้เท้าซู นางควรตระหนักได้ตั้งแต่ตอนนั้นแล้วว่าองค์หญิงสนใจเขาช่วงหลายวันมานี้องค์หญิงทำให้ตัวเองยุ่งอยู่กับงานเพื่อป้องกันไม่ให้ตนเองมีเวลาคิดถึงเรื่องอื่นแต่ยิ่งเธอเก็บกดไว้เช่นนี้ ผลลัพธ์ก็ยิ่งเป็นไปในทางตรงข้ามบางสิ่งบางอย่างอย่างเช่นความรู้สึก ต่อให้พยายามกดมันไว้มากแค่ไหนสุดท้ายแล้วมันก็จะสะท้อนกลับมาแรงยิ่งกว่า90
ด้วยเหตุนี้เฉินเสียนจึงกล่าวอย่างถือทิฐิว่า “เจ้าไม่ต้องเล่า ข้าไม่ฟัง”อวี้เยี่ยนสะอึกสะอื้น นางทั้งทุกข์ใจและจำต้องกล่าวว่า “องค์หญิง พระองค์จะทรงดึงดันเช่นนี้ไม่ได้นะเพคะ ถ้าพระองค์… ถ้าพระองค์ชอบเขาจริงๆ ในอนาคตจะไม่มีทางให้เดินไปต่อ บ่าวไม่ได้โกหกจริงๆ นะเพคะ!”เฉินเสียนปิดหูอย่างดื้อดึงและกล่าวว่า “ข้าไม่อยากฟังว่าอดีตของเขาเป็นอย่างไร แค่คำเดียวข้าก็ไม่อยากรู้”ซูเจ๋อที่เธอรู้จักครั้งแรกคือคนที่ถือดาบไว้ในมือและบุกเดี่ยวไปที่รังของโจรภูเขาเพื่อช่วยเธอ มันไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับอดีตของซูเจ๋อในอดีตเขาเป็นคนแบบไหน เธอไม่ได้สนใจเลยจริงๆอีกทั้งเรื่องระหว่างพวกเขาในอดีตก็เป็นความยุ่งเหยิงระหว่างอดีตเฉินเสียนกับเขาเธอไม่อยากได้ยินอะไรเหล่านั้นอวี้เยี่ยนเอ่ยทั้งนํ้าตาว่า “องค์หญิง พระองค์เคยเลือกแม่ทัพฉินผิดมาแล้