นเพราะช่วงสองสามวันมานี้ต้องเหน็ดเหนื่อยมามาก คนเฝ้าศพจึงคุกเข่าตัวงออยู่บนพื้นและเคลิ้มหลับไปโดยไม่รู้ตัวเฉินเสียนเดินตรงเข้าไปข้างหลังคนเฝ้าศพโดยปราศจากเสียงฝีเท้า จากนั้นจึงใช้สันมือฟาดลงไปจนเขาหมดสติเพื่อป้องกันไม่ให้คนเฝ้าศพฟื้นขึ้นมากลางคัน เฉินเสียนจึงใช้เชือกมัดตัวและใช้ก้อนผ้ายัดปากของเขาไว้ ถึงจะฟื้นขึ้นมาเขาก็ส่งเสียงไม่ได้เฉินเสียนหันกลับไปและกวักมือเรียกเฮ่อโยว “เข้ามา”ดวงตาของเฮ่อโยวชุ่มชื้น ในที่สุดเขาก็ไม่ต้องอดทนอดกลั้นอย่างทรมานใจเช่นเมื่อตอนกลางวัน ทันทีที่เข้ามาในห้องโถง เขาก็คุกเข่าลงและโน้มศีรษะลงไปกระแทกพื้นอย่างแรง เขาร้องไห้สะอึกสะอื้นพลางเอ่ยว่า “หลานอกตัญู หลานมันอกตัญู หลานมาดูใจท่านย่าไม่ได้!”76
เฉินเสียนตบบ่าเขาและบอกว่า “อย่ามัวแต่ร้องไห้ ไปดูท่านย่าของเจ้าซะ ข้าจะไปดูต้นทางให้”เฮ่อโยวปาดนํ้าตาและลุกขึ้นยืน เฉินเสียนยื่นเข็มเงินให้เขาและบอกว่า “เจ้าบอกว่าใบหน้าของท่านย่าของเจ้าเป็นสีเขียวยามเมื่อท่านอาเจียนเป็นเลือด บางทีอาจจะเป็นยาพิษ เจ้าลองใช้เข็มเงินนี่แทงเข้าไปในเส้นเลือดของท่าน แล้วเราจะได้เห็นกันว่ามีหรือไม่มีพิษกันแน่”เฉินเสียนรู้ว่าถ้าให้เฮ่อโยวตรวจดูร่างกายท่านย่าของเขาอย่างละเอียดจะถือเป็นการไม่ให้เกียรติ และมันยังคงเป็นเรื่องยากสำหรับเขาต่อให้ไม่เจอหลักฐานก็ไม่เป็นไร ถึงอย่างไรก็ยังมีวิธีอื่นในการจับฆาตกรอยู่อีกสิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้คือ