วก็ร่วงหล่นตกลงสู่พื้น และเขาเองก็ไม่ทันได้สังเกต อนุภรรยาได้แอบเหยียบมันซ่อนไว้ด้วยความระมัดระวังเขาบอกไว้ว่าคํ่าคืนนี้จะไปพบปะสังสรรค์ที่เรือนของใต้เท้าผู้หนึ่งซูเจ๋อกลับถึงหอนอนแล้ว อนุภรรยาผู้นั้นจึงค่อยๆ ขยับเท้าที่เหยียบออก ก้มลงเก็บแผ่นป้ายแขวนเอวนั้นขึ้นมานานมากแล้ว นี่เป็นครั้งแรกที่ได้ยินซูเจ๋อบอกว่าจะออกไปพบปะสังสรรค์เรื่องนี้หากทำความเข้าใจแล้วจะต้องรีบทูลต่อองค์จักรพรรดิ ฝ่าบาทจะได้ทรงรู้ว่าเขากำลังติดต่อกับเจ้าหน้าที่คนไหนเป็นการส่วนตัวแต่พอมองดูป้ายแขวนเอวนั่นดีๆ บนนั้นถูกเขียนชื่อของผู้หนึ่งไว้ พอพลิกมาดูอีกด้าน อนุภรรยาผู้นั้นก็ถึงกับอึ้งไป : “หอฉู่อวี้?”เมื่อตรวจสอบชัดเจนแล้ว จึงได้รู้ว่าหอฉู่อวี้เป็นหอที่มีชื่อเสียงของเมืองหลวงและข้างในล้วนแต่เป็นชายทั้งสิ้นจากนั้นก็สั่งคนให้ไปสอบถามที่เรือนของใต้เท้าผู้นั้นที่ซูเจ๋อเคยกล่าวอ้างถึงจึงได้รู้ว่าคํ่าคืนนั้นซูเจ๋อไม่ได้ไปที่เรือนของใต้เท้าผู้นั้นเลยใต้เท้าผู้นั้นหลีกเลี่ยงการกล่าวถึงซูเจ๋อ รีบปฏิเสธทันควัน แสดงหลักฐานว่าซูเจ๋อไม่ได้อยู่ที่นั่นในคํ่าคืนนั้นแล้วคํ่าคืนนั้นซูเจ๋อไปที่ไหน นี่มันชัดเจนจนไม่อาจชัดเจนได้อีกเขาไปที่หอฉู่อวี้อย่างแน่นอนเป็นชายแท้ๆ จะไปที่แบบนั้นทำไมกัน นอกเสียจากจะไปเที่ยวขลุกอยู่กับบรรดาชายหน้างามในหอนั่น!49
อนุภรรยาทั้งสองไม่อยากจะเชื่อเลยที่แท้แล้วตั้งแต่พวกนางก้าวเข้าสู่ประตูเรือนนี้ ซูเจ