ี้โดยปริยายหนุ่มหล่อทั้งหลายที่ช่วยยกเขาเข้าไปนั้น ต่างพากันหัวเราะเสียงเบาหยอกล้อเขาเล่น จนทำให้เหลียนชิงโจวขนลุกซู่สะดุ้งไปทั้งตัว สีหน้าเขาเต็มไปด้วยความหมดอาลัยตายอยากเมื่อเข้าห้องไปแล้ว เฉินเสียนได้ให้หนุ่มหล่อสองคนอยู่ปรนนิบัติต่อหนุ่มหล่อสองคนนี้ดูอ่อนโยนน่าทะนุถนอม ทั้งขาวและผิวดีเพื่อเป็นการลดภาวะตึงเครียดของเหลียนชิงโจว คนหนึ่งจึงไปดีดพิณ ส่วนอีกคนก็ไปชงชาเฉินเสียนมองเหลียนชิงโจวที่สีหน้าเต็มไปด้วยความรังเกียจ จึงพูดขึ้นว่า :“เจ้าไม่ต้องแสดงแล้ว ข้ารู้รสนิยมของเจ้ามาตั้งนานแล้ว”เหลียนชิงโจวที่รู้สึกเกลียดเสียยิ่งกว่าอะไรดี : “ท่านไปฟังใครที่ไหนพูดจามั่วซั่วอย่างนี้!”เฉินเสียนสีหน้าแววตาเรียบเฉย เพียงชั่วพริบตาก็กลับมาสีหน้าปกติ จากนั้นเธอก็ยิ้มขึ้นอย่างช้าๆ พร้อมกับพูดขึ้นว่า : “ตอนนี้ไปพูดเรื่องพวกนั้นจะมีประโยชน์อะไร ไหนๆ ก็มาแล้ว ทำตัวให้สนุกดูเป็นธรรมชาติหน่อย อย่ามัวแต่เสียเวลา”ไม่ว่าเหลียนชิงโจวจะพยายามอธิบายและเกลี้ยกล่อมเธอยังไง เฉินเสียนก็ไม่ยอมเชื่อว่าเขาไม่ชอบผู้ชายจริงๆ37
จากนั้นเขาก็จำใจนั่งลง ฟังหนุ่มหล่อดีดพิณอย่างเลี่ยงไม่ได้ พลางดื่มชาที่หนุ่มหล่อชงให้ด้วยสีหน้าเรียบเฉย นี่ถือว่าเกินคาดแล้วเขาสาบานว่าครั้งต่อไปจะไม่มาที่แบบนี้อีก!แต่เฉินเสียนไม่เหมือนกัน…..เธอถนัดชํ่าชอง ชวนหนุ่มหล่อคุยเรื่องชงชาแลกเปลี่ยนความรู้และคุยเรื่อยเปื่อยสัพเพเหระ! แล้วก็ไปชวนหน่