ากล้าที่จะโกหกอีกแม้แต่คำเดียว ก็อย่าโทษข้า ที่ต่อไปจะไม่เป็นเพื่อนกับเจ้าอีก”นานมาแล้ว นี่เป็นครั้งแรกที่เหลียนชิงโจวเห็นนางมีท่าทางเช่นนี้13
เขาอ้าปากถอนหายใจ แล้วพูดว่า “ถึงอย่างไรองค์หญิงก็รู้แล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องถามกระหม่อมพ่ะย่ะค่ะ”“ทำไมเจ้าไม่พูดแต่แรก เขาให้เจ้าปิดบังข้ารึ?”เหลียนชิงโจวยอมรับโดยปริยาย“ดี ดีมาก”เฉินเสียนได้ถอยหลังไปสองก้าว ความรู้สึกกดดันหายไปกะทันหันและเธอโค้งริมฝีปากและยิ้ม “รับเข้าเรือนไปครึ่งเดือนแล้ว ส่วนข้าไม่รู้อะไรเลยจนกระทั่งวันนี้ พวกเจ้าทำได้ดีมาก”หลังจากที่พูดจบ นางก็ได้เดินออกไปครึ่งเดือนมานี่ นางคิดถึงซูเจ๋อตลอดเวลาคิดถึงกลิ่นหอมที่อยู่บนตัวเขา คิดถึงเสียงพูดและเสียงหัวเราะ อดที่จะคิดถึงเขาในวันส่งท้ายปีเก่าไม่ได้เธอยังคงเต็มใจที่จะเชื่อ จูบนั้นของซูเจ๋อถือว่าอดใจไว้ไม่ได้ช่วงเวลาความคิดของเธอในขณะนั้นไม่ใช่อดกลั้นไว้ไม่ได้แต่เธอต้องเป็นบ้าแล้วแน่ๆ ในช่วงเวลานั้นอยากจะทิ้งความฟุ้งซ่านทุกอย่างไปชอบผู้ชายที่จูบนางคนนี้เธอเป็นบ้าจนถึงขั้นถอนแนวป้องกันออก และปล่อยให้ตัวเองจมดิ่งไปทีละขั้นเธอคิดว่า ผู้ชายที่เหมือนกับซูเจ๋อ คงไม่มีใครที่จะไม่ชอบ งั้นเธอปล่อยให้ตัวเองชอบไปตามอำเภอใจแล้วจะทำไมล่ะซูเจ๋อพูด อาจจะมีช่วงเวลาหนึ่งที่จะไม่ได้มาเจอกับเธอ14
เธออยู่ในช่วงเวลานี้ ได้คิดถึงเขาจริงๆเพียงแต่คาดไม่ถึงว่า ในวันที่สองของปีใหม่เขาต้อนรับอนุภรรยาเข้าเรือ