เป็นแน่แท้เฉินเสียนรู้สึกว่าเธอกำลังว้าวุ่นจนไม่รู้อะไรเป็นอะไร เธองุนงงสับสน ไม่รู้ด้วยซํ้าว่าซูเจ๋อเปิดฟันของเธอออกจากกันได้อย่างไรบางทีเธออาจจะพลั้งเผลอ และเธอก็พ่ายแพ้จนหมดรูปซูเจ๋อรั้งเอวของเธอเข้ามาอีกครั้งและดึงมาไว้แนบชิดลำตัวของเขาเขากวนเมฆให้เกิดฝนอยู่ในปากของเธอ เฉินเสียนไม่มีทางหนีพ้น ริมฝีปากของเธอคลึงเคล้าอยู่กับริมฝีปากของเขา แม้ว่าจะพยายามหลบหลีกก็ยังหลีกหนีสัมผัสจากลิ้นของเขาไม่พ้นเธอรู้สึกว่าทั้งเนื้อทั้งตัวไร้เรี่ยวแรง รู้สึกราวกับว่าเท้าของเธอกำลังเหยียบอยู่บนปุยฝ้ายที่อ่อนนุ่มเธอพยายามลืมตามองเขาก่อนจะค่อยๆ หรุบตาตํ่าลงไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นซูเจ๋อบุรุษที่กำลังจูบเธออย่างลึกซึ้งคือคนแบบที่ปรากฏอยู่ในความคิดของเธอภายหลัง เธอยอมปล่อยให้ตัวเองเอื้อมมือปีนขึ้นไปบนไหล่ของซูเจ๋อ คล้องคอของเขาไว้ เธอเอนกายเข้าไปคลอเคลีย อาศัยการประคับประคองจากเขา1223
ในอนาคตหลังจากนี้เฉินเสียนมักจะนึกถึงฉากที่เกิดขึ้นในคืนนี้เสมอ เธอกับซูเจ๋อโอบกอดและจูบกันบนถนนใหญ่ท่ามกลางหิมะ ทั้งยังรู้สึกบ้าคลั่งเป็นอย่างยิ่งไม่ว่าใครก็ไม่มีทางมองเห็นใบหน้าของพวกเขามีเพียงพวกเขาที่เห็นใบหน้าของกันและกัน อยู่ใกล้แค่ลมหายใจกั้นไม่รู้ว่าขุนนางทั้งสองนั้นจากไปตั้งแต่เมื่อใดหิมะเริ่มตกอีกครั้ง บรรยากาศโดยรอบเงียบงัน ทันใดนั้นเฉินเสียนก็เห็นว่าผมของซูเจ๋อเปลี่ยนเป็นสีขาวความปั่นป่วนของซูเจ๋อค่อยๆ กลับไปสู่