อีกเรื่องหนึ่งซึ่งค่อนข้างน่าสงสัยขึ้นมาได้ เธอเงยหน้ามองซูเจ๋อและถามว่า “ท่านกับเหลียนชิงโจวรู้จักกันมานาน ไม่ใช่ว่าท่านสองคนเป็นคู่รักกันหรอกนะ”ซูเจ๋อฟังแล้วเห็นเป็นเรื่องตลกจนมีรอยยิ้มแผ่ซ่านไปถึงดวงตา ขณะที่เขากำลังจะหัวเราะและเงยหน้ามองไปข้างหน้าอย่างไม่ได้ตั้งใจ ฝีเท้าของเขาก็หยุดชะงัก ความรู้สึกอบอุ่นบนใบหน้ากลับกลายเป็นความเย็นชามีคนสองคนกำลังเดินมาจากอีกฟากของถนนอย่างไม่เร่งรีบดูเหมือนจะเป็นคนรู้จักคนสองคนที่กำลังเดินมาจากฝั่งตรงข้ามคือขุนนางในราชสำนักเวลาล่วงมาถึงตอนนี้แล้ว ผู้คนบนถนนจึงบางตามาก โดยทั่วไปจึงไม่น่าจะมีขุนนางมาเดินไปเดินมาอยู่แถวนี้แล้ว1217
แต่ขุนนางทั้งสองคนนั้นแต่งกายด้วยเสื้อผ้าธรรมดา ร่างกายเต็มไปด้วยกลิ่นสุราและเมามายไม่ได้สติ ที่ด้านหลังมีคนติดตามตามมาด้วยสองคน เห็นได้ชัดว่าพวกเขาเพิ่งกลับมาจากงานเลี้ยงที่อื่นพวกเขากำลังพูดคุยกันถึงหญิงสาวในหอและหิมะในคืนวันส่งท้ายปีเก่านานๆ ทีจึงจะได้ทำตัวสำมะเลเทเมาอย่างเต็มที่เช่นนี้ ทั้งยังได้เดินลุยบนหิมะ ซึ่งนับเป็นเรื่องที่เพลิดเพลินใจมากเฉินเสียนไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ซูเจ๋อจึงหยุดเดินอย่างกะทันหัน เธอคิดว่าเธออาจจะพูดจาตรงเป้าจึงหันกลับไปมองเขาและเอ่ยยิ้มๆ ว่า “ทำไม หรือว่าท่านมีรสนิยมเช่นนั้นจริงๆ”ขณะที่กำลังจะสิ้นเสียง เฉินเสียนก็สูดลมหายใจเข้ายาวๆทันใดนั้นซูเจ๋อก็โน้มตัวมาหาเธอ เขาใช้แขนโอบรอบเอวของเธอเอาไว