ยู่ข้างนอกยกอาหารที่ดูน่าอร่อยซึ่งเตรียมไว้เรียบร้อยเข้ามาให้ทีละอย่างและจัดวางลงบนโต๊ะอาหารเหล่านี้ไม่ใช่อาหารแบบที่เฉินเสียนกินเป็นประจำในเมืองหลวงเหลียนชิงโจวกล่าวว่า “นี่เป็นอาหารพื้นเมืองบางส่วน องค์หญิงลองชิมดูสิพ่ะย่ะค่ะว่ารสชาติถูกพระโอษฐ์ไหม”เมื่อลองชิมไปนิดหนึ่งต่อมรับรสของเฉินเสียนก็ถูกกระตุ้น ความอยากอาหารของเธอเพิ่มขึ้นและเธอก็ค่อยๆ รู้สึกผ่อนคลายเธอถามอย่างไม่ใส่ใจว่า “เจ้าไปที่เย่เหลียง ทุกอย่างราบรื่นดีไหม”เดิมทีนี่คือความลับระหว่างเหลียนชิงโจวกับซูเจ๋อเมื่อเหลียนชิงโจวเห็นว่าซูเจ๋อไม่พูดอะไร เขาจึงกล่าวว่า “ลำบากองค์หญิงทรงเป็นห่วง ทุกอย่างราบรื่นดีพ่ะย่ะค่ะ”เฉินเสียนกล่าวอีกว่า “ฉินหรูเหลียงเพิ่งออกไปทำศึกเมื่อไม่นานมานี้ ทั้งหมดเป็นคุณงามความดีของเจ้า”1195
เหลียนชิงโจวเอ่ยอย่างคล้อยตามว่า “องค์หญิงทรงยกย่องกระหม่อมเกินไปกระหม่อมเป็นแต่เพียงพ่อค้าธรรมดา จะมีอิทธิพลต่อศึกสงครามระหว่างสองอาณาจักรได้อย่างไรพ่ะย่ะค่ะ”เฉินเสียนเหลือบมองเขา “เจ้าทำไม่ได้ แต่ใครบางคนทำได้”ซูเจ๋อถือตะเกียบไม้ไผ่ธรรมดาๆ ไว้คู่หนึ่ง นิ้วขาวสะอาดที่โค้งงอเล็กน้อยดูประหนึ่งงานศิลปะชั้นดีการมองเขากิน เรียกได้ว่าเป็นความเพลิดเพลินอย่างหนึ่งก็ว่าได้ซูเจ๋อวางตะเกียบลงและกล่าวว่า “คืนนั้นท่านวิ่งหนีอะไร”เฉินเสียนแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง “คืนไหน”“คืนที่คุณชายรองแห่งตระกูลเฮ่อถูกจับได้และถูกทุบตี”เฉิ