อวี้เยี่ยนชะงักงัน ได้ยินเฉินเสียนกล่าวอีกว่า“วันนี้มีงานเลี้ยงสังสรรค์กับสหาย ไม่ใช่แฝงกายปิดโฉมหน้าตัวเองในตลาด ไม่จำเป็นต้องให้ผู้หญิงปลอมเป็นชาย ไม่เช่นนั้นข้ากลัวว่าสักครู่ เหลียนชิงโจวเจอข้าแล้วจะไม่สบายใจได้”“เพคะ”ดังนั้นอวี้เยี่ยนจึงอิงการแต่งตัวม้วนผมอย่างในอดีตให้กับเฉินเสียนเฉินเสียนเคาะสีทาคิ้วที่อยู่บนโต๊ะเล่นตามแต่ใจประสงค์ กล่าวเสียงเบาว่า“เจ้าน่องน้อยโตขึ้นทุกวัน แต่ท่านพ่อของลูกยังไร้เงา”อวี้เยี่ยนชะงักการเคลื่อนไหว กล่าวขึ้นว่า“เช่นนั้นครั้งนี้องค์หญิงถามคุณชายเหลียนไปตรงๆเลยไหมเพคะ”เฉินเสียนยิ้มแล้วกล่าวขึ้นว่า“พูดอ้อมค้อมกับเขา เกรงว่าเขาก็จะพูดอ้อมเป็นไกลสุดขอบฟ้านะ เจ้าว่าข้าทำไมยังยืนกรานอยากจะหาท่านพ่อของเจ้าน่องน้อยให้พบหรือ?ถ้าหากว่าผู้ใดก็ไม่ใช่ท่านพ่อของเขา แล้วเป็นเพียงคนตํ่าต้อยที่ใจกล้าหาญล่ะ”“ห้ะ?”อวี้เยี่ยนมึนงง นางยังไม่เคยคิดถึงปัญหานี้เลยเฉินเสียนคิดเพื่อตัวเองแล้วกล่าวขึ้นว่า“พอพูดมาเช่นนี้ ข้าก็ควรที่จะคิดเพื่อตัวเองใช่หรือไม่ เหลียนชิงโจวพูดมาแล้ว ที่จริงก็เป็นคนที่ไม่เลวคนหนึ่ง”จิตใต้สำนึกของอวี้เยี่ยนก็อยากจะพูดว่า เช่นนั้นใต้เท้าซูจะทำอย่างไร?แต่คำพูดในปากก็ถูกนางกลืนกลับลงคอไป1187
เอ๊ะ นางไปใส่ใจว่าใต้เท้าซูจะทำอย่างไรได้ยังไงกันเล่า?แน่นอนว่าไม่ต้องสนใจเขา ทางที่ดีไม่ต้องพัวพันกับองค์หญิงของนางเลยครั้นแล้วอวี้เยี่ยนเลยกล่าวอย่างสุขใจว่า“บ