วามเหนื่อยล้ากับไร้เรี่ยวแรงฉินหรูเหลียงแววตาเป็นประกาย อ้าปากอยากจะพูดอะไร แต่เห็นสีหน้าเย็นชาว่างเปล่าของเฉินเสียน ก็อดกลั้นข่มอารมณ์ไว้วันพระไม่ได้มีหนเดียวจริงๆเขายังจำปีก่อนได้ เขาก็เย็นชาเหมือนกับนาง ไม่อยากจะมองนาง ไม่อยากพูดคุยกับนางสักประโยคเดียว แม้ว่าวันสำคัญสิริมงคลแพรไหมสีแดงมืดฟ้ามัวดินเขาก็ไม่เคยเอาใจพะเน้าพะนอนางเลยสักประเดี๋ยวเดียวและวันนี้พวกเขาเปลี่ยนสลับตำแหน่งกันแล้วรู้ว่าไม่ควรที่จะรักนาง แต่เขาเองที่พยายามหาเรื่องยุ่งยากเฉินเสียนไม่มีความอดทนที่จะยืนรับลมเย็นเป็นเพื่อนเขา รออีกสักพักหนึ่งไม่เห็นเขาเอ่ยปากพูด ก็จะหมุนตัวกลับเข้าห้องถ้าหากฉินหรูเหลียงชอบยืนที่ลานหน้าเรือนนี้ ยืนสามวันสามคืนเธอก็ไม่มีทางถามสักหนึ่งประโยคหรอกนะเพียงแค่กำลังจะหมุนตัว ฉินหรูเหลียงกล่าวขึ้นทันทีว่า“ข้าจะออกศึกแล้ว”1168
เฉินเสียนชะงักฝีเท้าเธอกล่าวเสียงราบเรียบว่า“ท่านไม่ได้กราบทูลองค์จักรพรรดิหรือ ว่าข้าทำให้แขนท่านพิการหนึ่งข้างแล้ว?ถ้าหากองค์จักรพรรดิทราบเรื่อง ไม่มีทางให้ท่านออกศึกแน่นอน หลีกเลี่ยงการทำให้ต้าฉู่ขายหน้า”ฉินหรูเหลียงยิ้มเจื่อนๆสักพักหนึ่ง แล้วกล่าวขึ้นว่า“ข้าคือท่านแม่ทัพใหญ่ของต้าฉู่ ข้าควรที่จะอยู่ในยุทธศาสตร์สนามรบ ถ้าหากว่าองค์จักรพรรดิรู้ว่าข้ามือพิการหนึ่งข้าง ไม่เฉพาะข้าที่ไม่ได้มีความสงบ จิ้งเสียนท่านก็จะไม่ได้รับความสงบด้วย ”เฉินเสียนหมุนตัวมามองเขา ในแววต