ึกคุ้นตาขนาดนี้?”เวลานั้นเฉินเสียนก็ได้นั่งอยู่ข้างๆฉินหรูเหลียงแล้วเฮ่อเซียงได้ยินที่เฮ่อโยวพูด จึงตบไปที่หัวด้านหลังของเขา แล้วพูดต่อด้วยเสียงเบาว่า “นั้นคือองค์หญิง! ยังไม่มีมารยาทอีก !ลูกอกตัญู ไม่ใช่ว่าเห็นผู้หญิงคนไหนก็หน้าคุ้นไปหมดหรอกนะ!”เฮ่อโยวลูบไปที่หัวที่โดนตบ เหลือบตามองบน แล้วพูดว่า “ท่านพ่อ พูดก็พูดสิ จะขยับไม้ขยับมือทำไม!”เป็นที่รู้กันดีว่า ตระกูลเฮ่อเซียงมีลูกชายเจ้าสำราญที่ทำให้เขาปวดหัวมากที่สุดคนหนึ่ง1131
เมื่อเห็นเพื่อนขุนนางร่วมงานเดินเข้ามา สีหน้าของเฮ่อเซียงค่อนข้างจะอึดอัด หัวเราะแห้งๆแล้วพูดว่า “ลูกชายของข้าชอบทำตัวน่าเกลียด เลยทำให้ทุกท่านหัวเราะ”เฮ่อโยวไม่ชอบการกระทำของบิดาแบบนี้เป็นที่สุด เห็นเห็นอยู่ว่าเขาดึงตัวเองเข้ามา สุดท้ายแม้แต่พูดเขายังไม่ได้พูดเลยสักคำเฮ่อโยวมองไปยังที่ด้านหลังผ้าแพรนั่น ยิ่งทำให้รู้สึกว่าองค์หญิงที่อุ้มลูกอยู่นั้นเหมือนเคยรู้จักที่ไหนมาก่อนเขาเคยเห็นองค์หญิงจิ้งเสียนมาก่อนหรือไม่? อาจจะเคยเจอ แต่ว่าเขาลืมไปแล้วว่าเธอหน้าตาเป็นอย่างไร ทำไมถึงรู้สึกได้คุ้นตาแบบนี้ที่นั่งอีกข้างของฉินหรูเหลียงนั้นคือหลิ่วเหมยอู่ตอนที่ยังไม่ถึงเวลากินอาหาร หลิ่วเหมยอู่ลุกขึ้นก่อน แล้วเดินมาตรงหน้าเฉินเสียนเพื่อเคารพนํ้าชากับนางเซียงหลิงที่อยู่ด้านข้างยกถาดรองขึ้นมา ในถาดรองนั้นถูกเตรียมถ้วยชามาสองใบพอดีหลิ่วเหมยอู่เริ่มรินนํ้าชาก่อน พูดเบาๆว่า “อ