เฉินเสียนไม่เห็นความขมขื่นในดวงตาของเขา และเธอคิดว่าเธอก็ทนเห็นมันไม่ได้เช่นกันพูดถึงอดีตเหล่านี้ รอยแผลจะไม่มีเลือดออกได้อย่างไรซูเจ๋อก้มศีรษะลง และยังคงใช้นิ้วถูขลุ่ยไม้ไผ่เล็กๆ และกล่าวด้วยเสียงทุ้มตํ่าว่า “ข้าอยากจะให้นางประสบความสำเร็จ แต่ข้าทำได้แค่ใช้วิธีคนในดวงใจของนางเท่านั้น บุ่มบ่ามหรือมุทะลุ และฟังนางเรียกชื่อคนอื่น มีเพียงแค่ข้าเปลี่ยนตัวเองเป็นคนอื่น ถึงจะไม่ต้องกลัวว่านางจะจำได้”คำพูดสุดท้ายของซูเจ๋อ เฉินเสียนฟังแล้วก็เหมือนตัวเองจมอยู่ในหมอกควันเธอถามว่า “ต่อมาท่านสวมรอยเป็นคนที่นางชอบและไปหานาง?”ซูเจ๋อเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วขมวดคิ้วและพูดกับเฉินเสียนอย่างไม่รู้ไม่ชี้ “ไม่หรอก ข้าแค่คิดว่าถ้าคนที่ยืนอยู่ในสถานที่พิธีแต่งงานและไหว้ฟ้าดินกับนางคือข้า มันช่างดีเหลือเกิน แต่ข้าทำได้เพียงแค่ยืนดูไกลๆ ในฝูงชนและคิดว่าตัวเองเป็นคนในดวงใจของนาง”บางทีตอนจบที่เขาพูด ไม่ถึงกับว่าทำให้เฉินเสียนเป็นเหมือนเดิม คิดว่าเขาเป็นคนไม่ดีเฉินเสียนเป็นคนฉลาด หากเธอรู้ปมของเรื่องในเวลาที่ไม่เหมาะสม เธอคงจะไม่เคียดแค้นเขาเหมือนเมื่อก่อนดังนั้นเขาจึงโกหกเฉินเสียน1108
ซูเจ๋อสงบลง ตระหนักได้ว่า ในคืนนี้พูดคุยกันค่อนข้างเยอะมากคำพูดเหล่านี้ ความคิดเหล่านี้ ไม่เคยให้ใครรู้เฉินเสียนตบไหล่เขาแล้วพูดว่า “ในเมื่อมันผ่านไปแล้ว ท่านไม่ควรที่จะเอามาใส่ใจซํ้าแล้วซํ้าเล่าหรอก นี่คือการท