เฉินเสียนขมวดคิ้ว กล่าวว่า “งั้นนางก็ต้องตาถั่วแล้วล่ะ ท่านไม่ต้องไปสนใจหรอก”“อืม ท่านบอกไม่ต้องไปสนใจ งั้นข้าก็ไม่สนใจ”เฉินเสียนวางเค้กบนถาดนึ่ง นี่คือไฟจากถ่าน เธอไม่สามารถควบคุมความร้อนได้ ล้มเหลวได้ง่าย ไม่ง่ายเพียงแค่ใส่ลงในหม้อนึ่งแล้วนึ่งเฉินเสียนนวดแป้งไปพูดไป “ถ้ากล่าวถึงเค้กแนวตะวันตกข้าก็พอทำได้บ้างแต่ถ้าท่านจะให้ข้าทำเนื้อทำปลาข้าทำไม่ได้ และก็ไม่สามารถกินเพียงแค่เค้กนี่ ข้าวางแผนที่จะทำเส้นหมี่ซั่วให้ท่าน แต่ข้าก็ไม่สามารถนวดแป้งให้ยาวได้ งั้นใช้มีดทำหมี่ซั่วแทนละกัน”“ได้” ซูเจ๋อกล่าว “สิ่งที่ท่านทำข้ากินได้หมด”เมื่อก่อนที่เฉินเสียนอยู่คนเดียว ถ่ายหนังเสร็จกลับบ้านเหนื่อยๆ ไม่อยากจะออกไปหาอะไรกินข้างนอก ทำหมี่กินคนเดียวก็สิ้นเรื่องนี่ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเธอซูเจ๋อตักฟืนแล้วใส่ลงในเตาแสงไฟส่องลงบนใบหน้าของเขา อบอุ่นและเป็นประกายเฉินเสียนผัดเนื้อสับก่อน ทอดไข่ จากนั้นต้มนํ้าให้เดือดผ่านไปครู่หนึ่ง นํ้าก็เดือด และควันก็ปกคลุมทั่วทั้งห้องครัว ราวกับอยู่ในหมอก1095
เมื่อซูเจ๋อช้อนตาขึ้น มองเงาเฉินเสียนที่กำลังยุ่งวุ่นได้ไม่ชัดเจนในหมอกสีขาว เขาค่อยๆมองลึกลงไป ไม่มีที่สิ้นสุดเฉินเสียนไม่รู้สึกตัว มือข้างหนึ่งรองก้อนแป้งเอาไว้ อีกข้างถือมีด หั่นแป้งออกมาเป็นแผ่นบางๆ ใส่ลงไปในหม้อเมื่อบะหมี่สุก เฉินเสียนตักเส้นบะหมี่และแบ่งเป็นสองชาม วางเนื้อสับ ไข่ดาวและโรยด้วยต้นหอมซอยเล็กน้อ